suratsek's profileSURATSEK SpacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    แลอักษร

     

                                                                    คำสอนหลวงพ่อสมเด็จฯ

     

     

     


                   โอวาทเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์   ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช  (ขณะนั้น)
            ในพิธีประสาทปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

     

                                                                 ขอให้ผู้สำเร็จการศึกษาได้มีความสนใจว่า  

                                   ปริญญาบัตรนี้เป็นเพียงกระดาษที่ปราศจากความรู้ความสามารถ
                                   ผู้ที่ได้รับ  ถ้าไม่มีความรู้ความสามารถจริง   ปริญญาบัตรย่อมไม่มีความหมาย
                                   จึงควรเพิ่มพูนความรู้  ความสามารถให้กลายเป็นปัญญาที่แท้จริง
                                   ให้ได้ผลทั้งทางวิชาการคือความรู้  และจรณะ  คือความประพฤติ
                                   ปริญญาบัตรจะมีความหมายและทำให้ผู้ถือมีเกียรติ  
                                   ความรู้ความสามารถและประสบการณ์เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
                                   ในการปฏิบัติงานด้านการศึกษาและพระพุทธศาสนา
                                   ขอให้หมั่นเพียรแสวงหา   บุกเบิกให้ทันสมัยและทันโลก
                                   เพื่อนำมาปรับใช้ในบ้านเมืองของเราให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น


     


                                                                                                  บางตอนจาก      วาทีหิมาลัย
                                                                                     ของพระราชรัตนรังษี  (ว.ป. วีรยุทโธ)

     

     

     

    ๓ สิ่งที่เนปาล

     


                                                                                               แลอักษร

     


                                           ทิวเขาขาวโพลนทั้งปี   มียอดลดหลั่นสูงต่ำดำขาว   เหมือนธรรมชาติจัดลำดับภันเตอาวุโส
                สูงสุดเสียดฟ้าคือเขาสิเนรุมาศ   ประกาศความเป็นหนึ่งในหมู่ภูเขาในโลก
                เอเวอร์เรส  หรือ  ยอดเขาหิมาลัย   ที่ใครๆ ต้องยอมรับว่าคือหนึ่งเดียวของที่สุดเหนือที่สุด

                                           ในหมู่มนุษย์และฤษีนักพรตนั้นคือพระบรมครูผู้เป็นใหญ่ในหมู่มนุษย์และเทวดา
                มีประสูติกาลที่ลุมพินีวัน       ขุนทหารที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีมีความชำนาญอาวุธสั้นคือ  กูรข่า

                                             สิ่งนี้มีอยู่ในประเทศเนปาล



                                                                                                    

                                                                    บางตอนจาก     วาทีหิมาลัย
                                                                                      ของพระราชรัตนรังษี (ว.ป. วีรยุทโธ)

     

     

     

    โลกกับธรรม

     
     
     
     
                                                                                   เรากับเขา
     
     
     
     
     

                                        ทั้งเราและเขาต่างเป็นแค่ผู้ผ่านทางเข้ามาในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นเอง
                                        โลกนี้เป็นสะพานไม่ใช่บ้านของเรา    ดังนั้น ... 

                                                       >>   
    http://reidiary.exteen.com/20091012/entry 

     

     

     

    สวดมนต์แปล

     
     
     

                                                                                                               อริยธนคาถา

                                          

     

     

                                            

                                              ยัสสะ  สัทธา  ตะถาคะเต        อะจะลา  สุปะติฏฐิตา,
                                              ศรัทธาในพระตถาคตของผู้ใด  ตั้งมั่นอย่างดี  ไม่หวั่นไหว;

                                              สีลัญจะ  ยัสสะ  กัลยาณัง       อะริยะกันตัง  ปะสังสิตัง,
                                              และศีลของผู้ใดงดงาม  เป็นที่สรรเสริญที่พอใจ  ของพระอริยเจ้า;

                                              สังเฆ  ปะสาโท  ยัสสัตถิ          อุชุภูตัญจะ  ทัสสะนัง,
                                              ความเลื่อมใสของผู้ใดมีในพระสงฆ์,  และความเห็นของผู้ใดตรง;

                                              อะทะฬิทโทติ  ตัง  อาหุ             อะโมฆันตัสสะ  ชีวิตัง,
                                              บัณฑิตกล่าวเรียกเขาผู้นั้นว่า  คนไม่จน,  ชีวิตของเขาไม่เป็นหมัน;

                                              ตัสมา  สัทธัญจะ  สีลัญจะ       ปะสาทัง  ธัมมะทัสสานัง,
                                              อะนุยุญเชถะ  เมธาวี    สะรัง  พุทธานะสาสะนัง.
                                             
    เพราะฉะนั้น  เมื่อระลึกได้  ถึงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ 
                           ผู้มีปัญญา  ควรก่อสร้างศรัทธา  ศีล  ความเลื่อมใส  และความเห็นธรรม  ให้เนืองๆ.

     

     

     

     

     

     

    สวดมนต์แปล

     
     
     

                                                                                   เทวตาอุยโยชนคาถา

     



      
                        ทุกขัปปัตตา  จะ  นิททุกขา         ภะยัปปัตตา  จะ  นิพภะยา
                        โสกัปปัตตา  จะ  นิสโสกา           โหนตุ  สัพเพปิ  ปาณิโน.
                             ขอสัตว์ทั้งปวงที่มีทุกข์  จงไร้ทุกข์  ที่มีภัย  จงไร้ภัย  ที่มีโศก  จงไร้โศก

                       
    เอตตาวะตา  จะ  อัมเหหิ             สัมภะตัง  ปุญญะสัมปะทัง
                        สัพเพ  เทวานุโมทันตุ                  สัพพะสัมปัตติสิทธิยา.
     
                         ขอเหล่าเทวดาทั้งปวง  จงอนุโมทนาบุญสมบัติ  ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญ
                     ด้วยการสวดพระปริตรเหล่านี้  ให้สำเร็จสมบัติทั้งปวงเถิด


                       
    ทานัง  ทะทันตุ  สัทธายะ             สีลัง  รักขันตุ  สัพพะทา
                        ภาวะนาภิระตา  โหนตุ                คัจฉันตุ  เทวะตาคะตา.
     
                         ขอเทวดาจงให้ทานด้วยศรัทธา  จงรักษาศีลอยู่เสมอ  จงเป็นผู้ยินดีในการภาวนา

                     ขออัญเชิญเทวดาที่อยู่ในที่นี้กลับสถานของตนเทอญ

                       
    สัพเพ  พุทธา  พะลัปปัตตา           ปัจเจกานัญจะ  ยัง  พะลัง
                        อะระหันตานัญจะ  เตเชนะ           รักขัง  พันธามิ  สัพพะโส.
     
                         ข้าพเจ้าขอผูกมนต์คุ้มครองด้วยเดชของพระพุทธเจ้าผู้ทรงพลานุภาพ
                     ด้วยเดชของพระปัจเจกพุทธเจ้า  และด้วยเดชของพระอรหันต์ทั้งหลายไว้ทั้งหมด

     

     

     

     

     

    สวดมนต์แปล

     

                                                                            ภารสุตตคาถา

     
                                                                

                                                                     ขันธ์ทั้งห้า  เป็นของหนักเน้อ;
                                                                     บุคคลแหละ  เป็นผู้แบกของหนักพาไป;
                                                                     การแบกถือของหนัก  เป็นความทุกข์  ในโลก;
                                                                     การสลัดของหนัก  ทิ้งลงเสีย  เป็นความสุข;
                                                                     พระอริยเจ้า  สลัดทิ้งของหนัก  ลงเสียแล้ว;
                                                                     ทั้งไม่หยิบฉวยเอาของหนักอันอื่น  ขึ้นมาอีก;
                                                                     ก็เป็นผู้ถอนตัณหาขึ้นได้  กระทั่งราก;
                                                                     เป็นผู้หมดสิ่งปรารถนา  ดับสนิทไม่มีส่วนเหลือ.

     

     

     

     

    ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

     

     

                                                                                               แลอักษร

                
                      

     

                                                      คนจะเป็นปราชญ์ได้ต้องมีศิลปะ
                                   หนึ่งในมงคล  ๓๘  ประการที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้
                                   ศิลปะทำให้คนมีจิตใจอ่อนโยน   และมองโลกได้อย่างถ่องแท้
                                   นำพาส่วนรวมให้บรรลุความงามทั้งวัตถุธรรมและนามธรรม

                                 
    ศิลปกรรมนำใจให้สร่างโศก                ช่วยบรรเทาทุกข์ในโลกให้เหือดหาย
                         จำเริญตาพาใจให้สบาย                    อีกร่างกายที่จะพลอยสุขสราญ
                         แม้ผู้ใดไม่นิยมชมสิ่งงาม                    เมื่อถึงยามเศร้าอุราน่าสงสาร
                         เพราะขาดเครื่องระงับดับรำคาญ           โอสถใดจะสมานซึ่งดวงใจ


                                                                                           จากพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖  เรื่องสามัคคีเสวก 



                                                                             

                                                      “ขอปวงนักปราชญ์เชื้อ       ชาวไทย
                                               ถ้วนทั่วจงมีใจ                       ดุจข้า
                                               วิชากวีใน                            สยามรัฐ
                                               ทั้งบัดนี้บัดหน้า                      อย่าให้สูญพงศ์ฯ


                                                      ประสงค์แห่งข้าแต่ง          เรื่องนล  นี่ฤา
                                               เพื่อแนะกุลบุตรยล                  เยี่ยงไว้
                                               ดูแยบแบบประพนธ์                 โคลงกาพย์  กลอนนา
                                               เผื่อจะคิดแต่งได้                     อีกบ้างอย่างดนูฯ"


                                                                                                  
    อารัมภกถาของพระราชนิพนธ์เรื่องพระนลคำหลวง

     

     

     

    ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

     
     
     
     
     
     

                                    ... เป็นข้าราชการ  หาใช่นายประชาชนไม่ 
                ... การทำภูมิไว้ยศมักเข้าใจกันว่าทำให้สามัญชนมีความนิยมนับถือยำเกรง
                ข้อนี้เป็นข้อเข้าใจผิดโดยแท้   เพราะชนของไทยเราย่อมมีนิสัยเป็นไทยแท้ติดอยู่ในสันดาน
                คือมักรู้สึกว่าคนเราแท้จริงก็เป็นคนเหมือนกัน   ผิดกันแต่คุณสมบัติของบุคคลอันแสดงให้ปรากฏเท่านั้น ...

     

     

     

     

     

     

    หอสมุดวชิราวุธานุสรณ์

     
     
     
     
     
     

                                                                                บุคคลจะเป็นปราชญ์ไม่ได้เลย
                                      หากมีน้ำใจเหยียดหยามเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
                                      คนเช่นนั้นคงไม่มีวันเป็นปราชญ์ที่แท้เพื่อประโยชน์ของมหาชนได้
                                      ปราชญ์ที่ดีต้องใจกว้าง   รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น
                                      ตระหนักในความงามของความแตกต่าง
                                      และเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์

     

     

     

     

     

     

    ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว


     

                                                                                                 แลอักษร



                                                              ทรงมีแนวพระราชดำริเรื่องการศึกษาเรียนรู้ตลอดชีวิต
                                             อย่างน่าสนใจว่า
     
    "... มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้
                               แม้จะมีวิชาความรู้เฉลียวฉลาดปานใด
                               ก็ไม่สามารถจะรู้การงานได้ทุกสิ่งทุกอย่าง
                               เรามีชีวิตอยู่นานวัน   เราก็มีโอกาสเล่าเรียนวิชาความรู้มากขึ้น
                               ประชาชนผู้มีสติปัญญามากย่อมมิได้มีความเบื่อหน่าย
                               เกียจคร้านหรือหยุดการเล่าเรียนแม้แต่สักขณะจิตเดียวในชั่วชีวิตของเขา
                               คนโง่เขลาเบาปัญญาเท่านั้นจึงจะสำคัญว่าตนมีวิชาความรู้ซึ่งสูงสุด
                               พอจะหยุดการเล่าเรียนวิชาต่อไปได้แล้ว"  

     

     

    อุทายีเถรคาถา

      

                                                                 แลอักษร

                                                           

                                                                   ดอกบัว  เกิดและเจริญงอกงามในน้ำ  แต่ไม่ติดน้ำ
                                                                   ทั้งส่งกลิ่นหอมชื่นชูใจให้รื่นรมย์  ฉันใด
                                                                   พระพุทธเจ้าทรงเกิดในโลก  และอยู่ในโลก
                                                                   แต่ไม่ติดโลกเหมือนดอกบัวไม่ติดน้ำ  ฉันนั้น

     

     

     

     

      

    แค่อยากแปล

     
     
     

                                                                                           แต่งไปตามใจฉัน

     

     

     

     

                                                 The star is bright,

                                                 the sky is clear,

                                                 wishing  you are near,

                                                 all the year I love you. 

     

     

                                                                                                               ดาราพราวสกาวพร่าง

                                                                                                               นภากระจ่างสว่างใส

                                                                                                               เดือนดาวคู่วาวแววแพรวฟ้าไกล

                                                                                                               ใจฝันฉันพรูไสวเคียงใกล้เธอ 




                      

                                            ก็ไม่มีอะไรครับ   เห็นข้อความภาษาอังกฤษคล้ายบทกวี
                                นึกอยากแปลก็ลองแปลดูบ้าง
                                แปลตามใจฉันจริงๆ เพราะเพียงอยากจะแปล
                                ดังนั้น  อ่านกันแค่เพลินๆ    เป็นความรู้สึกดีๆ
                                มอบแด่คนมีความรักไม่ว่าจะสมหวังหรือไม่ก็ตาม

     

     

     

     

    ของฝาก

     


                                                                        บทแผ่เมตตา  (คำกลอน)

     

     


                                                                                          ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอุทิศผล
                                                                                          บุญกุศลนี้แผ่ไปให้ไพศาล
                                                                                          ถึงมารดาบิดาครูอาจารย์
                                                                                          ทั้งลูกหลานญาติมิตรสนิทกัน
                                                                                          คนเคยร่วมเคยรักสมัครใคร่
                                                                                          มีส่วนได้บุญกุศลผลของฉัน
                                                                                          ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและเทวัญ
                                                                                          ขอให้ท่านได้กุศลผลนี้เทอญ.



                                                    อานิสงส์การเจริญเมตตา


                                        ข้าพเจ้า  (พระอานนท์)  ได้สดับมาแล้วอย่างนี้
                                       
                                        สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า,  เสด็จประทับอยู่ที่เชตวันมหาวิหาร,
                ซึ่งเป็นอารามของอนาถปิณฑิกคฤหบดี  ใกล้เมืองสาวัตถี,
                  ที่นั้นแล   พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกพระภิกษุทั้งหลายว่า,
                ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย,
                ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว,
                พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า
                ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย,  เมตตาอันเป็นไปเพื่อความหลุดพ้นแห่งจิตนี้,
                อันบุคคลบำเพ็ญจนคุ้นแล้ว   ทำให้มากแล้ว,
                ทำให้มากคือ,   ชำนาญให้เป็นยวดยานของใจ,
                ให้เป็นที่อยู่ของใจ   ตั้งไว้เป็นนิตย์,
                อันบุคคลสั่งสมอบรมแล้ว   บำเพ็ญดีแล้ว,
                ย่อมมีอานิสงส์สิบเอ็ดประการ,
                อานิสงส์สิบเอ็ดประการ  มีอะไรบ้าง,  

                            (๑)   สุขัง  สุปะติ,       คือ (ผู้เจริญเมตตาจิตนั้น) หลับอยู่ก็เป็นสุขสบาย,
                            (๒)   สุขัง  ปะฏิพุชฌะติ,      ตื่นขึ้นก็เป็นสุขสบาย,
                            (๓)   นะ  ปาปะกัง  สุปินัง  ปัสสะติ,    ไม่ฝันร้าย,
                            (๔)   มะนุสสานัง  ปิโย  โหติ,     เป็นที่รักของเหล่ามนุษย์ทั้งหลาย,
                            (๕)   อะมะนุสสานัง  ปิโย  โหติ,     เป็นที่รักของเหล่าอมนุษย์ทั่วไป,
                            (๖)   เทวะตา  รักขันติ,     เทวดาย่อมคุ้มครองรักษา,
                            (๗)   นาสสะ  อัคคิ  วา  วิสัง  วา  สัตถัง  วา  กะมะติ,
                                        ไฟก็ดี  ยาพิษก็ดี  ศัตราก็ดี   ย่อมทำอันตรายไม่ได้,
                            (๘)   ตุวะฏัง  จิตตัง  สะมาธิยะติ,      จิตย่อมเป็นสมาธิได้รวดเร็ว,
                            (๙)   มุขะวัณโณ  วิปปะสีทะติ,      ผิวหน้าย่อมผ่องใส,
                            (๑๐) อะสัมมุฬโห  กาลัง  กะโรติ,     เป็นผู้ไม่ลุ่มหลง   ทำกาลกิริยาตาย,
                            (๑๑) อุตตะริง  อัปปะฏิวิชฌันโต  พรัหมะโลกูปะโค  โหติ,
                                       
    เมื่อยังไม่บรรลุคุณวิเศษอันยิ่งๆ ขึ้นไป,  ย่อมเป็นผู้เข้าถึงพรหมโลกแล.


                                                                      ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
    !   เมตตาอันเป็นไปเพื่อความหลุดพ้นแห่งจิตนี้,
                                              อันบุคคลบำเพ็ญจนคุ้นแล้ว,  ทำให้มากแล้ว,
                                              ทำให้มากคือชำนาญ   ให้เป็นยวดยานของใจ,
                                              ทำให้เป็นที่อยู่ของใจ   ตั้งไว้เป็นนิตย์,
                                              อันบุคคลสั่งสมอบรมแล้ว   บำเพ็ญให้มากแล้ว,
                                              ย่อมมีอานิสงส์สิบเอ็ดประการ,
                                              พระผู้มีพระภาคเจ้า  ได้ตรัสธรรมปริยายอันนี้แล้ว,
                                              พระภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น   ก็มีใจยินดี,
                                              พอใจภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น,
                                              ด้วยประการฉะนี้แล. 

     

     

     

    คุณสมบัติของคนทำงาน

     


                                                                                            Short Note



                                        คุณลักษณะพนักงานที่องค์การต้องการ

                                        งาน
                                        ๑.   เก่งงาน
                                        ๒.   เก่งคน
                                        ๓.   เก่งคิด
                                        ๔.   เก่งเรียน
                                        ๕.   มีการสื่อข้อความดี
                                        ๖.   สู้งาน   หนักเอาเบาสู้
                                        ๗.   มีความคล่องตัว
                                        ๘.   มีปฏิภาณไหวพริบ
                                        ๙.   มีเหตุผล
                                        ๑๐. กล้าแสดงความคิดเห็น
                                        ๑๑. มีวินัย
                                        ๑๒. ซื่อสัตย์สุจริต
                                        ๑๓. มี 
    Bussiness  Sense


                                                                                       
    ส่วนตัว
                                                                                        ๑.   สุขภาพสมบูรณ์
                                                                                        ๒.   มี 
    Appearance
                                                                                        ๓.   มี  Balance
      ทุกเรื่องดี
                                                                                        ๔.   มีสัมมาคารวะ
                                                                                        ๕.   เป็นคนมีน้ำใจ
                                                                                        ๖.   มีความเป็นธรรม
                                                                                        ๗.   เห็นแก่ส่วนรวม
                                                                                        ๘.   รู้หน้าที่ในงาน   ในครอบครัว   ในสังคม
                                                                                        ๙.   มองโลกในแง่ดี
                                                                                        ๑๐. ควบคุมอารมณ์ได้



                                                      
    เหล่านี้เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของบุคคลที่ควรมี
                     รวบรวมจากข้อมูลเก่าของบริษัท  สยามคราฟท์อุตสาหกรรม  จำกัด  และคิดว่ายังใช้ได้    
                         ขออนุญาตบันทึกไว้และนำมาเผยแพร่แบ่งกันอ่านเป็นความรู้สำหรับคนทำงาน 

     

     

     

    สวดมนต์แปล

     

                                                   ของฝาก


     

     

                                                            มนุษย์เป็นอันมาก   เมื่อเกิดมีภัยคุกคามแล้ว, 

                                        ก็ถือเอาภูเขาบ้าง,  ป่าไม้บ้าง,  อารามและรุกขเจดีย์บ้าง  เป็นสรณะ;

                                                            นั่น  มิใช่สรณะอันเกษมเลย,  นั่น  มิใช่สรณะอันสูงสุด
    ;  

                                        เขาอาศัยสรณะนั่นแล้ว,  ย่อมไม่พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้. 

                                                            ส่วนผู้ใดถือเอาพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  เป็นสรณะแล้ว,

                                        เห็นอริยสัจจ์  คือความจริงอันประเสริฐสี่  ด้วยปัญญาอันชอบ;

                                                             คือเห็นความทุกข์,  เหตุให้เกิดทุกข์,  ความก้าวล่วงทุกข์เสียได้, 

                                        และหนทางมีองค์แปดอันประเสริฐ  เครื่องถึงความระงับทุกข์;

                                                             นั่นแหละ  เป็นสรณะอันเกษม,  นั่นเป็นสรณะอันสูงสุด
    ;  

                                        เขาอาศัยสรณะนั่นแล้ว,  ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้.


     


                                                                          ข้างต้นนี้คือคำแปลจากบทสวดมนต์  เขมาเขมสรณทีปิกคาถา

                                                                          ไม่อ่านก็ไม่ทราบว่าที่สวดนั้นแปลว่าอะไร    มีความหมายอย่างไรครับ

     

     

     

     

    สวดมนต์แปล

     
     
                                   แลอักษร
     
     
     
     
     
                                    คำบูชาพระรัตนตรัย (ต่อ)
     
     
     
     

                      ตัมมะยัง  ภะคะวันตัง  สะธัมมัง  สะสังฆัง,
                      อิเมหิ  สักกาเรหิ  ยะถาระหัง  อาโรปิเตหิ  อะภิปูชะยามะ,

                                       ข้าพเจ้าทั้งหลาย  ขอบูชาอย่างยิ่ง,  ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น,
                            พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์  ด้วยเครื่องสักการะทั้งหลายเหล่านี้,
                            อันยกขึ้นตามสมควรแล้วอย่างไร,

                      สาธุ  โน  ภันเต  ภะคะวา  สุจิระปะรินิพพุโตปิ,
                                       
    ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ,  พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้ปรินิพพานนานแล้ว,
                            ทรงสร้างคุณอันสำเร็จประโยชน์ไว้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย,

                      ปัจฉิมา  ชะนะตานุกัมปะมานะสา,
                                        ทรงมีพระหฤทัยอนุเคราะห์แก่พวกข้าพเจ้าอันเป็นชนรุ่นหลัง,

                      อิเม  สักกาเร  ทุคคะตะปัณณาการะภูเต  ปะฏิคคัณหาตุ,

                                        ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงรับเครื่องสักการะอันเป็นบรรณาการของคนยากทั้งหลายเหล่านี้,

                      อัมหากัง  ทีฆะรัตตัง  หิตายะ  สุขายะ.

                                                     เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย  ตลอดกาลนานเทอญ.

     

     

     

    ธัมมานุสสติ

     
     
     
     
                                                        แลอักษร

                           

     

     

     

     

                              สวากขาโต  ภะคะวะตา ธัมโม,

                                                     พระธรรม  เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว;

                     

                              สันทิฏฐิโก,

                                                     เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ  พึงเห็นได้ด้วยตนเอง;

     

                              อะกาลิโก,

                                                     เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้  และให้ผลได้  ไม่จำกัดกาล;

     

                              เอหิปัสสิโก,

                                                     เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า  ท่านจงมาดูเถิด;

     

                                    โอปะนะยิโก,

                                                     เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว;

     

                              ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ  วิญญูหี-ติ.

                                                     เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน  ดังนี้.

     

     

     

     

     

    สวดมนต์แปล

     

                                                                                                           แลอักษร



                                      คำบูชาพระรัตนตรัย :  

     

     

     

     

                                โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ

          พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นพระองค์ใด, เป็นพระอรหันต์, ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง.

     

                                สวากขาโต เยนะ  ภะคะวะตา  ธัมโม,

          พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด  ตรัสไว้ดีแล้ว,

     

                                สุปะฏิปันโน  ยัสสะ  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ,

          พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด  ปฏิบัติดีแล้ว, 

     

     

     

     

     

    ความจากปกหลังของ สวดมนต์แปล

     
     
     

                                                                                                  แลอักษร

                                    

                                               เมื่อความทุกข์  ความร้อน  ความทรมาน  ความวุ่นวาย  ความหนักอึ้ง
                                                         เกิดขึ้นในจิตใจของผู้ใด    ขอท่านได้โปรดทราบเถิดว่า
                                             ในขณะนั้น 
    พระพุทธองค์  กำลังประทับอยู่เบื้องหลังความทุกข์นั้น
                                                              คือจะดลใจปรากฏในดวงจิตของบุคคลผู้นั้นเอง
                                                    เพื่อแนะแนวทางแห่งความหลุดรอดจากความทุกข์ให้แก่เรา
                                                              แต่เราจะได้ยินคำชี้แนะของพระพุทธองค์หรือไม่
                                                                 มันขึ้นอยู่ที่สติปัญญาของเราแต่ละคนนี่เอง

                                                                                                                                 พุทธทาสภิกขุ

     

     

    น่ารู้จากปัญหาและเฉลยพุทธประวัติ

     
     
     
     
     
     

                            ปาฏิปุคคลิกทาน   สังฆทาน   กาลทาน     ต่างกันอย่างไร ?

     

     

                                                    ต่างกันดังนี้

                                                    ปาฏิปุคคลิกทาน         ได้แก่    ทานที่ถวายเจาะจงพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง

                                                    สังฆทาน                      ได้แก่    ทานที่ถวายแก่สงฆ์    ไม่เจาะจงรูปใด

                                                    กาลทาน                      ได้แก่    ทานที่ถวายตามกาล  เช่น   กฐินทาน   เป็นต้น