suratsek 的个人资料SURATSEK Space照片日志列表更多 工具 帮助

日志


ISBN 978-974-9985-85-4

 
 
 
 
 
 

                                    เรื่องต่างๆ เกี่ยวกับโลกและจักรวาล   พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ในพระสูตรต่างๆ
             ในพระไตรปิฎกหลายพระสูตร  เช่น


                        ๑.  อัคคัญญสูตร          ว่าด้วยเรื่องกำเนิดของโลก   กำเนิดของมนุษย์   และวรรณะทั้ง ๔
                                    หน้า ๖๑     เล่มที่ ๑๑    พระสุตตันตปิฎก   ทีฆนิกาย
                        ๒.  จุฬนีสูตร                 ว่าด้วยเรื่องจักรวาล
                                    หน้า ๒๑๕   เล่มที่ ๒๐    พระสุตตันตปิฎก   อังคุตตรนิกาย
                        ๓.  สุริยสูตร                  ว่าด้วยเรื่องในอนาคตพระอาทิตย์จะเกิดขึ้นครบ ๗ ดวง   และการพินาศของโลก
                                    หน้า ๘๓     เล่มที่ ๒๓    พระสุตตันตปิฎก   อังคุตตรนิกาย
                        ๔.  อุโปสถสูตร              ว่าด้วยเรื่องสวรรค์    ชั้น
                                    หน้า ๑๙๕   เล่มที่ ๒๐    พระสุตตันตปิฎก   อังคุตตรนิกาย
                        ๕.  พาลบัณฑิตสูตร      ว่าด้วยเรื่องผลกรรมของคนชั่วและคนดี    เรื่องนรกขุมต่างๆ
            สัตว์เดียรัจฉานจำพวกต่างๆ   และพระเจ้าจักรพรรดิ
                                    หน้า ๒๓๙   เล่มที่ ๑๔    พระสุตตันตปิฎก    มัชฌิมนิกาย

                                                                                                                        
ฯลฯ

 

 

 

 

 

                                                                                     เนื้อความบางตอนจาก       ไอน์สไตน์พบ  พระพุทธเจ้าเห็น
                                                                                          ของ  ทพ. สม   สุจิรา

 

 

 

 

แลอักษร

 
 
 
 
 
 
 

                                                         ฟริตจอฟ   คาปรา     นักฟิสิกส์ชื่อดังของโลก   รุ่นหลังไอน์สไตน์
                                กล่าวไว้อย่างมีความหมายว่า 
ทฤษฎีควอนตัมและทฤษฎีสัมพัทธภาพ
                     ได้ทำให้ความเข้าใจเกี่ยวกับโลกของเราคล้ายคลึงกับความเข้าใจของชาวพุทธและเต๋า
                     และยิ่งคล้ายคลึงมากขึ้นไปอีกเมื่อมีการรวมเอาสองทฤษฎีนี้
                     มาใช้อธิบายปรากฏการณ์ของอนุภาคที่เล็กมากๆ จนไม่สามารถมองเห็นด้วยกล้องจุลทรรศน์
                     นั่นคืออธิบายคุณสมบัติและปฏิกิริยาของอนุภาคที่เล็กกว่าอะตอม
                     ซึ่งอนุภาคเหล่านั้นเป็นองค์ประกอบของสสารทุกชนิดบนโลกนี้
                     เราพบว่า  อนุภาคเหล่านี้มีความไม่เที่ยง   แปรเปลี่ยนไปตลอดเวลา  และไม่มีตัวตนที่แท้
                     ซึ่งคล้ายคลึงอย่างยิ่งกับหลักแห่งอนิจจัง   ทุกขัง   อนัตตา




                                               ทฤษฎีควอนตัม      นำเสนอโดย  มักซ์   พลังค์
                      ค้นพบว่ารังสีของแสงที่เปล่งออกมามีลักษณะเป็นกลุ่มๆ ซึ่งประกอบด้วยหน่วยเล็กๆ 
                      เรียกว่าควอนตัม  (
quantum)     ขนาดของควอนตัมขึ้นอยู่กับขนาดของความถี่
                      ซึ่งในภายหลังไอน์สไตน์ได้เรียกควอนตัมของแสงว่าโฟตอน
                      เขาสามารถพิสูจน์ได้อย่างแจ่มชัดว่า  คลื่นแสงก็มีคุณสมบัติเป็นอนุภาค
                      ทฤษฎีนี้เป็นหัวใจของฟิสิกส์ยุคใหม่   ซึ่งถือว่าคลื่น  เช่น  คลื่นวิทยุ   คลื่นแสง   คลื่นความโน้มถ่วง  ฯลฯ

                      ทั้งหลายเหล่านี้   ล้วนสามารถทำตัวเป็นอนุภาคได้
                      ในทางกลับกัน  อนุภาค เช่น  อิเล็กตรอน   โปรตอน   หรือแม้แต่ร่างกายของมนุษย์
                      ต่างก็สามารถเปลี่ยนคุณสมบัติเป็นคลื่นได้
                      ดังนั้น  ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างชัดเจน
                      เพราะความจริงแท้แล้วมันสามารถเปลี่ยนกลับไปกลับมาระหว่างคุณสมบัติของคลื่นกับอนุภาค  
                                               

 
 
 
                            
                                                                                                              
เนื้อความบางตอนจาก      ไอน์สไตน์พบ  พระพุทธเจ้าเห็น
                                                                                        ของ  ทพ. สม  สุจิรา
                                                                                                                               
ISBN   978-974-9985-85-4
 
 
 

ISBN 978-974-9985-85-4

  
 
 
                                                                                          แลอักษร
 
 
 
 
 

 

                                    . . . . แม้ว่าไอน์สไตน์จะไม่ได้นับถือพุทธศาสนา
                        แต่การค้นพบสัจธรรมบางอย่างของจักรวาลผ่านจินตนาการ
                        และทฤษฎีทางฟิสิกส์ของเขาใกล้และเข้าถึงความจริงบางด้านของธรรมชาติ
                        ซึ่งพระพุทธองค์ทรงค้นพบและประกาศมาก่อนหน้านับพันปี
                        และภายหลังเมื่อไอน์สไตน์ได้ศึกษาเรื่องราวของพุทธศาสนาจากเพื่อนนักเขียนคนหนึ่ง
                        ไอน์สไตน์ก็ต้องประหลาดใจ  ที่การค้นพบของเขาเป็นเพียงส่วนน้อยนิดของศาสนาแห่งจักรวาล

                       
                                                           ความจริงของจักรวาลมีเพียงความจริงเดียว
                                             มีระบบระเบียบและความสมบูรณ์อยู่ในตัวเอง
                                             ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พยายามศึกษาค้นหาโดยใช้หลักทางตรรกะ  เหตุผล
                                             พิสูจน์ออกมาเป็นตัวเลขและทฤษฎีทางฟิสิกส์
                                             ในขณะที่พระพุทธองค์ทรงใช้ปัญญาญาณในการค้นคว้าความจริงแท้แห่งจักรวาล
                                             ในเมื่อต่างฝ่ายต่างต้องการหาความจริงแท้อันเดียวกัน  แต่วิถีทางต่างกัน
                                             ในที่สุดเมื่อเข้าใกล้ความจริงแท้
                                             จะพบว่าการค้นพบของทั้งสองวิถีมีความสอดคล้องกันอย่างมหัศจรรย์ . . . .

 

 

 

                                                                                    เนื้อความบางตอนจาก    ไอน์สไตน์พบ  พระพุทธเจ้าเห็น
                                                                                        ของ  ทพ. สม   สุจิรา
                                                                                   

 

ISBN 978-974-9985-85-4

 
 
 
                                                                                                    แลอักษร


                                                               
                                                             คำนำสำนักพิมพ์ (อมรินทร์)
                                   
                                   
. . . . ไอน์สไตน์นั้นนับว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ
                        ที่ได้รับการยกย่องจากทั่วโลกให้เป็นบุคคลแห่งคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐
                        ความรู้และทฤษฎีที่เขาค้นพบนั้นลึกลับ  ซับซ้อน   ช่วงแรกมีคนไม่เชื่อว่าจะเป็นจริง
                        นานหลายปีจึงมีคนเริ่มเห็นด้วย  และนำไปสู่วิทยาการพลิกโลก


                                    สำหรับพระพุทธเจ้า  สิ่งที่ทรงเห็นแตกต่างจากการพบของไอน์สไตน์
                        เพราะพระพุทธองค์ทรงเห็นด้วยพระสัพพัญญุตญาณ   นั่นคือ  ทรงเห็นสัจธรรม
                        เห็นสิ่งทั้งปวงตามที่เป็นจริง   แล้วนำมาเผยแผ่ถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้เห็นเหมือนๆ กับพระองค์
. . . .



                                    . . . .
หลายท่านอาจเคยสงสัยว่า  โลกและจักรวาลนี้มีมาได้อย่างไร
                        นอกจากจักรวาลนี้แล้ว   มีจักรวาลอื่นอีกหรือไม่
                                    ทำไมอายุขัยของมนุษย์  ๑๐๐  ปีกลับเป็นเวลาเพียงชั่วครู่เดียวในสรวงสวรรค์
                                    ทำไมสุนัขมีอายุขัย ๑๕ ปี    แต่ยุงกลับมีอายุแค่ ๗ วัน
                                    เพราะเหตุใดองคุลิมาลจึงวิ่งตามพระพุทธเจ้าไม่ทัน
                        ทั้งที่พระองค์ก็ทรงดำเนินไปตามปกติ
. . . .


                                    . . . .
ความจริงนั้นพระพุทธเจ้าทรงเห็นก่อน
                        แล้วไอน์สไตน์เพิ่งมาค้นพบความรู้นี้หลังพระพุทธเจ้าถึงสองพันกว่าปี
. . . .



                                                                                   
เนื้อความบางตอนจาก     ไอน์สไตน์พบ  พระพุทธเจ้าเห็น
                                                                                       ของ  ทพ. สม   สุจิรา