suratsek's profileSURATSEK SpacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
บางตอนของพุทธประวัติสำหรับนักศึกษา โดยท่านพุทธทาสภิกขุ ประเทศแล็บแลนด์ (สุดขั้วโลกเหนือ)
หลังจากพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานแล้ว
ตอนที่ ๑๖ ปาฏิหาริย์ ช้างรบย่อมไม่เอาใจใส่ลูกศร
"อานนท์เอ๋ย จงดูช้างซึ่งบุคคลพาเข้าไปสู่สนามรบ มันพุ่งตัวเข้าไปในท่ามกลางการต่อสู้อันชุลมุนวุ่นวาย มันไม่เอาใจใส่ต่อลูกศรหรือแหลนหลาว ซึ่งบุคคลพุ่งซัดเข้ามาโดยรอบตัวมัน มันตั้งหน้ากระโจนเข้าใส่ข้าศึกทำลายสิ่งต่างๆ ซึ่งเข้ามาเผชิญหน้ามันให้ราบเรียบไปหมด อานนท์เอ๋ย ฉันจักเอาอย่างช้างตัวนั้น ฉันจักอยู่ที่นี่ในเมืองนี้ และจะพยายามเผยแผ่คำสอนที่ถูกต้องด้วยกำลังกายกำลังใจทั้งหมดและจะทำโดยไม่หยุดยั้ง ในการที่จะปลดเปลื้องคนชั่วช้าเหล่านั้นออกมาเสียจากข่ายแห่งกิเลส ซึ่งเขากำลังพากันติดแน่นอยู่ ฉันจะไม่เอาใจใส่แม้แต่หน่อยเดียวในคำกล่าวร้ายของฝ่ายปฏิปักษ์ ซึ่งแกล้งกล่าวแก่ฉันและแก่สาวกของฉัน มันเหมือนกับคนที่ถ่มน้ำลายขึ้นไปบนฟ้า โดยคิดจะให้ฟ้าเปื้อน เขาจะได้พบความจริงว่าน้ำลายจะขึ้นไปเปื้อนฟ้าไม่ได้ แต่จะกลับตกลงมารดหน้าของผู้ถ่มนั้นเองต่อภายหลัง นี้ฉันใด พวกคนที่น่าสมเพช ซึ่งแกล้งด่าทอเรา ก็จักได้ประสพในภายหลังว่า คำด่าทอนั้น จักกลับไปสู่พวกเขา เพราะเราไม่เอาใจใส่ต่อคำด่าทอเช่นนั้น" เนื้อความอ้างอิงจากปทานุกรมท้ายเล่มของ พุทธประวัติสำหรับนักศึกษา โดย พุทธทาสภิกขุ ตอนที่ ๗ พระมหากรุณาคุณ ."ผู้สั่งจองคนแรก"
พระพุทธองค์ได้เสด็จจากอุรุเวลาไปสู่นครราชคฤห์
เนื้อความอ้างอิงจากปทานุกรมท้ายเล่มของ พุทธประวัติสำหรับนักศึกษา ตอนที่ ๑๑ สิงคาลมานพ
ตอนที่ ๒ วัยกุมาร ทรงยอมให้พระองค์เป็นฝ่ายแพ้
ในทางกำลังกายก็เหมือนกัน พระองค์ทรงประกอบไปด้วยคุณสมบัติไม่น้อยกว่าคุณสมบัติในทางจิตและทางมรรยาท ไม่ต้องกล่าวถึงความสุภาพทางกิริยาอาการ ไม่ต้องกล่าวถึงข้อที่พระองค์เป็นสุภาพบุรุษเต็มตามความหมายที่ดีที่สุดของคำๆ นี้ พระองค์ยังเป็นผู้ที่กล้าหาญ ไม่ครั่นคร้ามในการแสดงฝีมือทางกีฬาสำหรับผู้ชายแห่งประเทศของพระองค์ด้วย ในฐานะที่ได้รับการอบรมมาอย่างผู้มีกำเนิดในวรรณะกษัตริย์ คือนักรบ พระองค์ทรงเป็นนักขี่ม้าที่ใจเย็นและห้าวหาญทั้งเป็นนักขับรถที่สามารถและเชี่ยวชาญมาแต่เล็ก ในการกีฬาอย่างหลังนี้ เคยแข่งชนะคู่แข่งขันที่ดีที่สุดในประเทศของพระองค์ แม้กระนั้นเมื่อถึงคราวเอาจริงเอาจังในการที่จะชนะการแข่งขัน พระองค์ก็ยังมีเมตตากรุณาต่อม้าของพระองค์ ที่เคยช่วยให้พระองค์มีชัยชนะอยู่เสมอๆ โดยทรงยอมให้พระองค์เป็นฝ่ายแพ้เสีย แทนที่จะขับเคี่ยวม้าให้มากเกินกำลังของมันไป เพื่อเห็นความชนะถ่ายเดียว เนื้อความอ้างอิงจากปทานุกรมท้ายเล่มของ พุทธประวัติสำหรับนักศึกษา โดย พุทธทาสภิกขุ ตอนที่ ๒ วัยกุมาร บางตอนของพุทธประวัติสำหรับนักศึกษา โดยท่านพุทธทาสภิกขุ พยาบาลภิกษุไข้ เท่ากับพยาบาลตถาคต
พวกท่านทั้งหลาย จงนอบน้อมต่อพระเถระผู้เฒ่าในสงฆ์
บางตอนของพุทธประวัติสำหรับนักศึกษา โดยท่านพุทธทาสภิกขุ ตถาคตทำปาฏิหาริย์แต่อย่างเดียว
เมื่อพระตถาคตทั้งหลายเห็นมนุษย์ประกอบไปด้วยกามกิเลสและตัณหา ส่วนปาฏิหาริย์อย่างอื่นๆ นั้นท่านเกลียดชังและประณาม ไม่ยอมกระทำปาฏิหาริย์เหล่านั้น"
ตอนที่ ๑๖ ปาฏิหาริย์
บางตอนของพุทธประวัติสำหรับนักศึกษา โดยท่านพุทธทาสภิกขุ ทุกคนเลือดสีแดงอย่างเดียวกัน
พระสิทธัตถะได้ตอบว่า "พ่อหนูเอ๋ย เราไม่ได้ขอสิ่ง ซึ่งเกี่ยวกับชาติหรือตระกูล ตอนที่ ๘ ความพยายามก่อนการตรัสรู้
บางตอนของพุทธประวัติสำหรับนักศึกษา โดยท่านพุทธทาสภิกขุ รีดนมแพะใส่พระโอษฐ์
ตอนที่ ๘ ความพยายามก่อนการตรัสรู้
บางตอนของพุทธประวัติสำหรับนักศึกษา โดยท่านพุทธทาสภิกขุ
“พระผู้มีพระภาคเจ้า ดิฉันไม่ทราบว่าดิฉันมาจากไหน และไม่ทราบว่าจะไปสู่ที่ไหน"
ตอนที่ ๑๘ ความกรุณาของพระพุทธองค์
บางตอนของพุทธประวัติสำหรับนักศึกษา โดยท่านพุทธทาสภิกขุ
เพชรพลอยแห่งสัจจธรรม
เมื่อพระพุทธองค์ทรงดำเนินไปตามท้องถนนพร้อมกับพระพุทธบิดา ที่สามารถนำคนไปสู่ความสุขอันไม่เปลี่ยนแปลงของพระนฤพาน
โดยพุทธทาสภิกขุ ตอนที่ ๑๓ เสด็จกบิลพัสดุ์
บางตอนจากพุทธประวัติสำหรับนักศึกษา ของท่านพุทธทาสภิกขุ แลอักษร
พระองค์ทรงรำพึงว่า "ถ้าเราจักยกพระหัตถ์ของพระเทวีขึ้น พระนางก็จะตื่นบรรทม ถ้าพระนางตื่นบรรทม ก็จักทรงขัดขวางการออกไปของเรา เราจักต้องไปบัดนี้แล้ว เมื่อใด เราได้พบสิ่งซึ่งเราแสวงหาแล้ว จึงค่อยกลับมาเยี่ยมลูกน้อย และแม่ของเขา" ดั่งนี้ ในท่ามกลางความสงัดเงียบแห่งเที่ยงคืนนั้น พระองค์ทรงขึ้นประทับบนหลังม้ากัณฐกะซึ่งเป็นม้าแสนรู้ รู้จักระมัดระวังไม่ส่งเสียงดังอย่างเดียวกัน พระองค์มีนายฉันนะจับหางม้ากัณฐกะ ได้เสด็จไปสู่ประตูนคร และทรงผ่านออกไปได้โดยไม่มีใครขัดขวาง พลางขับม้าหนีห่างจากบุคคลทั้งหลายซึ่งทุกคนก็ยังพากัน มีความจงรักภักดีในพระองค์อยู่
ประทับนิ่งทอดพระเนตรย้อนมาเป็นครั้งสุดท้ายสู่นครกบิลพัสดุ์ ในท่ามกลางแห่งแสงจันทร์ซึ่งบัดนี้ ผู้คนกำลังพากันหลับสนิทสงบเงียบ ในขณะที่เจ้าชายแห่งนครของมันเอง กำลังจะเสด็จจากไป อย่างไม่อาจจะทราบได้ว่าเมื่อไร จะได้กลับมาเห็นอีก . . . .
นายฉันนะ ไม่สามารถจะฝ่าฝืนพระบัญชาแห่งเจ้านายของตนได้ เขาจูงม้ากัณฐกะพร้อมทั้งนำเครื่องประดับของเจ้าชายกลับไปถึงนคร แจ้งข่าวแก่คนทั้งหลายว่า เจ้าชาย ซึ่งเป็นเจ้านายสุดที่รัก อันพวกเขาได้พากันทะนุถนอมมาจนถึงที่สุดนั้น บัดนี้ ได้สละพระชนกชนนี พระชายาและพระโอรส รวมทั้งอาณาจักรไว้เบื้องหลัง เสด็จไปเป็นนักบวชผู้ไร้บ้านเรือนโดยประการทั้งปวงแล้ว
มีผมอันดำสนิท ประกอบไปด้วยพละกำลังของคนหนุ่ม ได้เสด็จออกจากเรือนสู่ความเป็นผู้ไม่มีเรือน เพื่อทรงแสวงหาหนทางที่จะทำให้พระองค์และคนทั้งปวงประสพชัยชนะ อยู่เหนือความเจ็บไข้ ความทุกข์โศก และความยากเข็ญทั้งปวง ด้วยอาการอย่างนี้
แลอักษร
ครั้งหนึ่ง มีคนๆ หนึ่งได้ทูลถามพระองค์ว่า การให้อะไรเป็นการให้ที่ดีที่สุด? รสของอะไรเป็นรสที่ดีที่สุด? ความยินดีในอะไรเป็นความยินดีที่ดีที่สุด? อะไรเป็นเครื่องระงับกิเลสและความทุกข์ได้สิ้นเชิง? พระพุทธองค์ได้ตรัสตอบคำถามทั้งสี่ข้อนี้รวมกันด้วยคำๆ เดียวว่า "ธรรม! " [ "ธรรม! " คำเดียว ] เนื้อความอ้างอิงจากปทานุกรมท้ายเล่มของ พุทธประวัติสำหรับนักศึกษา แปลและเรียบเรียงโดย พุทธทาสภิกขุ
แลอักษรแลอักษร พระราชาทรงเห็นชอบว่า คำแนะนำอันนี้เป็นคำแนะนำที่ดีที่สุด
แต่พระองค์ยังไม่ทรงวางพระทัยในข้อที่จะเสาะหาสตรีสาวสวยมาได้อย่างไร ที่จะให้น่ารักน่าเสน่หาจนถึงกับ
เมื่อสมรสแล้วจะทำให้เจ้าชายหลงใหลโดยสิ้นเชิง และมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องนึกคิดถึงเรื่องอื่นใด
นอกไปจากความคิดที่จะทำให้สตรีที่รักของตนนั้นมีความสุขอย่างยิ่งแต่อย่างเดียว
เมื่อได้ทรงพินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งแล้ว พระองค์ก็ทรงพบความคิดอันแยบคาย พระองค์ทรงบัญชาให้บรรดาหญิงที่มีรูปร่างงามที่สุดทั้งหมดในประเทศของพระองค์ มาสู่นครกบิลพัสดุ์
ในวันที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้เดินผ่านพระพักตร์เจ้าชายสิทธัตถะ ให้เจ้าชายมีโอกาสระบุว่าสตรีใด
เป็นผู้ที่สวยที่สุดกว่าบรรดาสตรีทั้งหลาย และให้เจ้าชายประทานรางวัลเพื่อความงามของสตรีผู้นั้นเป็นพิเศษ
แม้สตรีอื่นทุกคน ที่ได้มาแสดงตัวในที่นั้นก็จักได้รับรางวัลอย่างใดอย่างหนึ่งโดยสมควรแก่ความงามของตน
จากพระหัตถ์ของเจ้าชายเอง เช่นเดียวกัน . . . .
ในที่สุด วันแห่งการประกวดความสวยงามก็มาถึง บรรดาหญิงสาวที่งดงามที่สุดในประเทศ ได้เดินผ่านพระพักตร์เจ้าชายโดยลำดับทีละคนๆ
เป็นขบวนแห่งความงามอย่างแพรวพราวทอตาเป็นที่สุด
แต่ละคนได้รับพระราชทานรางวัลจากพระหัตถ์ของเจ้าชาย ตามที่เจ้าชายจะทรงเห็นว่าผู้ใดควรจะได้รับเพียงไร
สตรีเหล่านั้น แทนที่จะรู้สึกร่าเริงยินดี ในการที่ได้มีเกียรติเข้ารับของรางวัลจากพระหัตถ์เจ้าชาย กลับมีแต่ความกลัวจนสะทกสะท้าน จะกลับมีใจร่าเริงได้ก็ต่อเมื่อได้ผ่านพ้นไปสู่หมู่เพื่อนสาวของตน
เป็นอยู่อย่างนี้คนแล้วคนเล่า มันเป็นการชอบด้วยเหตุผลแล้วที่พวกสตรีเหล่านั้นจะรู้สึกดังนั้น
เพราะว่าเจ้าชายของพวกเขาพระองค์นี้ไม่เหมือนกับบรรดาชายหนุ่มอื่นๆ ที่พวกเขาพบปะมา เจ้าชายไม่ได้
ตั้งพระทัยตรวจมองความงามของหญิงเหล่านั้นเลย หรือหากจะกล่าวให้ตรงความจริงยิ่งไปกว่านั้นก็คือว่า
พระองค์ไม่ได้ทรงมีความรู้สึกนึกคิดใดๆ ในบรรดาหญิงสาวงามเหล่านั้นเลย . . . .
แต่ในที่สุด ในขณะที่สตรีซึ่งทุกคนคิดว่าเป็นคนสุดท้ายได้เข้ารับรางวัลชิ้นสุดท้าย และเดินผ่านไปแล้ว ยังมีสตรีสาวอีกคนหนึ่ง ได้เดินเข้ามาช้ากว่ากำหนดด้วยอาการค่อนข้างรีบร้อน
ทุกคนที่เฝ้าดูอยู่ในที่นั้น ได้สังเกตเห็นว่าเจ้าชายมีอาการสะดุ้งนิดหนึ่ง ในเมื่อสตรีผู้นั้นเดินมาตรงพระพักตร์
แม้สตรีผู้นี้ก็เหมือนกันแทนที่จะก้มหน้าอย่างเอียงอายเดินผ่านเจ้าชายไปอย่างสตรีทั้งหลาย
กลับมองพระพักตร์เจ้าชายอย่างตรงๆ ยิ้ม แล้วถามว่า "ยังมีรางวัลอะไรเหลืออยู่สำหรับหม่อมฉันบ้าง?" เจ้าชายได้ทรงยิ้มตอบและตรัสว่า "ฉันเสียใจ ที่รางวัลได้หมดไปแล้ว แต่เธอจงรับเอาสิ่งนี้ไปเถิด"
พร้อมกับตรัสดังนั้น ได้ทรงปลดพระสังวาลย์อันงดงามเป็นพิเศษจากพระศอของพระองค์
แล้วทรงพันให้รอบข้อพระหัตถ์แห่งสตรีนั้น . . . .
เนื้อความบางตอนจาก พุทธประวัติสำหรับนักศึกษา แปลและเรียบเรียงโดย พุทธทาสภิกขุ ตอนที่ ๔ ในวัยหนุ่ม แลอักษร
ให้ท่านมีความสามารถในสิ่งนั้นๆ จริงๆ . . . . จงเป็นผู้กระปรี้กระเปร่า และมีกำลังกายอยู่เสมอ
แลอักษรเช้าวันหนึ่ง พระองค์เสด็จออกจากอุทยานเวฬุวันเพื่อไปบิณฑบาตในนครราชคฤห์ ในระหว่างทางพระองค์ได้ทรงพบชายหนุ่มคนหนึ่งเนื้อตัวเปียกชุ่มไปหมด ราวกะว่าเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ ยืนอยู่กลางถนน ทำอาการโค้งตัวนบไหว้ทิศทั้งสี่ คือทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก ทิศเหนือ แล้วไหว้แหงนขึ้นไปบนฟ้า และไหว้ลงไปทางพื้นดินแทบเท้าของตนในที่สุด และได้โปรดเมล็ดข้าวไปทุกทิศ ในขณะที่ตนกำลังทำการนบไหว้ พระองค์ได้ทรงทอดพระเนตรดูชายหนุ่มคนนั้น ซึ่งกระทำพิธีอันแปลกประหลาด อยู่บนทางสาธารณะ จนเสร็จแล้ว ได้ตรัสถามเขาว่า ทำไมเขาจึงทำเช่นนั้น ชายหนุ่มคนนั้นได้ทูลตอบว่า เขาทำเช่นนั้นตามคำสั่งของบิดา ซึ่งได้สั่งให้เขากระทำทุกๆ เวลาเช้าเพื่อเป็นการป้องกันสิ่งชั่วร้ายทุกประการ มิให้มาสู่ตัวเขา จากทิศทั้งสี่ และจากเทวดาในเบื้องบนและจากปีศาจในเบื้องต่ำ
พระพุทธองค์ได้ทรงฟังคำตอบของเขาดังนั้นแล้ว ได้ตรัสว่า และเป็นการป้องกันอันตรายทุกอย่างอันจะมาถึงท่านจากทุกทิศทุกทาง ได้จริง”
ชมหนังสือ ชมหนังสือ
ลำดับเรื่อง
ในพุทธประวัติสำหรับนักศึกษา ตอนที่ ๑ กำเนิดพระสิทธัตถะ ๑๕ ตอนที่ ๒ วัยกุมาร ๒๔ ตอนที่ ๓ ในวัยรุ่น ๒๙ ตอนที่ ๔ ในวัยหนุ่ม ๓๖ ตอนที่ ๕ ความเบื่อหน่าย ๔๘ ตอนที่ ๖ การสละโลก ๖๖ ตอนที่ ๗ พระมหากรุณาคุณ ๗๕ ตอนที่ ๘ ความพยายามก่อนตรัสรู้ ๘๗ ตอนที่ ๙ ประสพความสำเร็จ ๑๐๑ ตอนที่ ๑๐ ประกาศธรรม ๑๒๐ ตอนที่ ๑๑ สิงคาลมาณพ ๑๓๕ ตอนที่ ๑๒ สารีบุตรและโมคคัลลาน ๑๔๐ ตอนที่ ๑๓ เสด็จกบิลพัสดุ์ ๑๔๙ ตอนที่ ๑๔ พุทธกิจประจำวัน ๑๕๔ ตอนที่ ๑๕ พระนางมหาปชาบดี ๑๖๓ ตอนที่ ๑๖ ปาฏิหาริย์ ๑๗๑ ตอนที่ ๑๗ พระพุทธดำรัส ๑๗๙ ตอนที่ ๑๘ ความกรุณาของพระองค์ ๑๙๒ ตอนที่ ๑๙ เทวทัต ๒๐๑ ตอนที่ ๒๐ การปรินิพพาน ๒๑๓ ภาคผนวก ๒๓๓
บันทึกข้างภาพ
Shortnote Shortnote
หลักแห่งปัญญา
1. คบคนดีมีปัญญา 2. ฟังคนดีมีปัญญา 3. คิดอย่างคนดีมีปัญญา 4. ปฏิบัติตามคนดีมีปัญญา
ทำไมต้องคบคนดีมีปัญญา?
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นคนดี? คนดีมีลักษณะอย่างไร? ชีวิตจะดีขึ้นได้อย่างไร? คบแบบผึ้งกับดอกไม้? คิดอย่างไรคิดอย่างคนมีปัญญา? ให้ต้นไม้ช่วยคิดได้ด้วยหรือ? แล้วต้องครบทั้งสี่ข้อด้วยหรือ?
สามารถหาคำตอบได้จากเทศนาธรรมของท่าน ว. วชิรเมธี
คำคมบ่มชีวิต คำคมบ่มชีวิต
Words of wisdom to live by The last update 18-Oct-2008 รวบรวมและแปลโดย กรุณา กุศลาสัย
A diplomat is a man who remembers a lady's birthday but forgets her age. นักการทูตคือผู้ที่จำวันเกิดของสุภาพสตรีได้ แต่ลืมอายุของเธอ
>>> Anonymous ***
Page 116 The fruit of silence is prayer. The fruit of prayer is faith. The fruit of faith is love. The fruit of love is service.
ผลบุญของความสงบเงียบคือการสวดมนตร์ไหว้พระ ผลบุญของการสวดมนตร์ไหว้พระคือศรัทธา ผลบุญของศรัทธาคือความรักความเมตตา ผลบุญของความรักความเมตตาคือการบริการรับใช้ผู้อื่น
>>> Mother Teresa ***
Page 117 Integrity is like oxegen. The higher you go, the less there is of it.
ความซื่อสัตย์มั่นคงนั้น เหมือนกับแก๊สออกซิเจน ท่านยิ่งขึ้นไปสูงเท่าใด ก็ยิ่งมีน้อยเท่านั้น
>>> Paul Dickson ***
Page 118 Leadership is an opportunity to serve. It is not a trumpet call to self- importance. ความเป็นผู้นำคือการมีโอกาสได้รับใช้ผู้อื่น ไม่ใช่เสียงแตรที่ป่าวประกาศความสำคัญของตัวเอง
>>> J. Donald Walters ***
Page 119 It is by consuming itself that a candle provides light for others. เทียนไขให้แสงสว่างแก่ผู้อื่นได้ด้วยการเผาไหม้ตัวของมันเอง
>>> Japanese proverb ***
ขอบพระคุณ คุณกรุณา กุศลาสัย ที่ได้รวบรวมและแปลวาทะคำคมของท่านต่างๆ เหล่านี้ให้พวกเราได้อ่าน ได้คิดพิจารณา เป็นการเตือนสติในการมองชีวิตและดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่าต่อตนเองและโลก ถึงจะเป็นหนังสือเก่ามากแล้วแต่เชื่อว่ายังใช้ได้ ปฏิบัติได้ก็ดี ปฏิบัติได้บ้างไม่ได้บ้างก็ยังดีครับ
คำคมบ่มชีวิต Words of wisdom to live by
คำคมบ่มชีวิต
รวบรวมและแปลโดย กรุณา กุศลาสัย
Update 12-Oct-2008
Page 107 An open foe may prove a curse, but a pretended friend is worse.
ศัตรูที่เปิดเผยอาจจะร้ายกาจ แต่มิตรที่เสแสร้งร้ายกาจกว่า
>>> Gay ***
Page 109 Poverty shows us who are our friends and who are enemies.
ความขัดสนจะพิสูจน์ว่าใครเป็นมิตร และใครเป็นศัตรูของเรา
>>> Emile Jola ***
Page 110 Though your enemy seems a mouse, yet watch him like a lion.
แม้ว่าศัตรูของท่านจะดูเหมือนเหมือนหนู แต่จงเฝ้าดูเขาให้เหมือนราชสีห์
>>> Churchill ***
page 111 Poverty wants some things, luxury many, avarice all things.
ความจนอยากได้บางอย่าง ความฟุ่มเฟือยอยากได้หลายอย่าง ความโลภอยากได้ทุกอย่าง
>>> H. G. Wells ***
The virtue of prosperity is temperance; the virtue of adversity is fortitude. คุณสมบัติของความมั่งคั่งอยู่ที่ความพอเหมาะพอควร คุณสมบัติของความทุกข์ยากอยู่ที่ความเข้มแข็ง >>> Francis Bacon ***
Fire proves gold. Adversity proves men.
ไฟพิสูจน์ทองคำ ความทุกข์ยากพิสูจน์คน
>>> L. Seneca ***
Page 112 Flattery brings friends, truth enemies. การสอพลอก่อให้เกิดเพื่อน การพูดความจริงก่อให้เกิดศัตรู
>>> Plato ***
Page 114 Life is measured by thought and action, not by time.
ชีวิตวัดกันด้วยความคิดและการกระทำ มิใช่วัดกันด้วยเวลา >>> Avebury ***
คำคมบ่มชีวิต คำคมบ่มชีวิต
Words of wisdom to live by
รวบรวมและแปลโดย กรุณา กุศลาสัย Update 04-Oct-2008
หน้า ๘๔ It is better to give a cheap present with a smile than an expensive one with a frown.
ให้ของขวัญที่มีราคาถูกด้วยการยิ้ม
"Treasury of Jewish Quotatrons" >>> by Leo Rosten ***
To love mankind is easy; what is hard is to love man. การรักมนุษยชาตินั้นง่าย แต่การรักมนุษย์สิยาก
"Treasury of Jewish Quotations" >>> by Leo Rosten ***
หน้า ๘๕ Don't add to the truth; if you do, you will subtract from it. อย่าเพิ่มเติมความจริง หากท่านเพิ่มเติม ความจริงจะลดลง
"Treasury of Jewish Quotations" >>> by Leo Rosten ***
.Those who seek faultless friends remain friendless. ผู้ที่แสวงหามิตรที่ไม่มีความด่างพร้อยเลยจะไม่มีมิตร
"Treasury of Jewish Quotations" >>> by Leo Rosten ***
|
|
|