suratsek's profileSURATSEK SpacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    Today In The Past

     
     
     

                                   Mon, July 27th, 2009

     

     

     

     

       

                                                                   On This Day:

     

          432: St Celestine I ends his reign as Catholic Pope

        1501: Copernicus is formally installed as the canon of Frauenberg Cathedral

        1586: Sir Walter Raleigh brings the first tobacco to England from Virginia

        1836: The city of Adelaide is founded in South Australia

        1862: The steamship “Golden Gate” burns & sinks off the west coast of Mexico

        1866: Cyrus W. Field succeeds in laying the first Atlantic telegraph cable (1,686 miles long)

        1890: Dutch artist Vincent Van Gogh sets out, with his easel and painting materials,

                        into the fields near Auvers France where he uses a revolver to shoot himself in the chest

                        (he died 1-1/2 days later at age 47)

        1909: Orville Wright test flies the first U.S. Army airplane for 1 hour and 12 minutes

        1940: Bugs Bunny makes his debut in the Warner Bros. animated cartoon “A Wild Hare”

        1940: Billboard magazine starts publishing bestseller charts

        1941: Japanese forces land in Indo-China

        1944: The U.S. regains possession of Guam from Japanese

        1953: The Armistice is signed at Panmunjom, ending the three years of fighting the Korean War

        1954: The Armistice is signed, dividing Vietnam into two countries

        1955: Austria regains full independence after four-power occupation

        1962: Mariner 2 is launched on a flyby mission to Venus

        1973: Walter Blum becomes the 6th jockey to ride 4,000 winners

        1974: The House Judiciary Committee votes 27-11 recommending Nixon impeachment

                        on a charge that he had personally engaged in a “course of conduct”

                        designed to obstruct justice in the Watergate case

        1976: And 8.2 Tangshan earthquake kills an estimated 240,000 Chinese

        1977: John Lennon is granted a green card for permanent residence in the U.S.

        1982: Indian PM Indira Gandhi makes her first visit to the U.S. in almost 11 years

        1990: Zsa Zsa Gabor begins a 3-day jail sentence

                        for slapping the police officer who stopped her for a traffic infraction

        1995: The Korean War Veterans Memorial is dedicated in Washington DC

                        by President Clinton and South Korean President Kim Young-sam

        1996: During the Olympics in Atlanta, a pipe bomb explodes at the public Centennial Olympic Park,

                        killing one person and injuring more than 100

     

     

     

     

                                Born On This Day:

     

        1835: Giosus Carducci, Italian poet (Nobel 1906) (174 years ago)

        1937: Don Galloway, Brooksville KY, actor (Arrest & Trial, Ironside) (72 years ago)

        1949: Maureen McGovern, Youngstown Ohio, singer (Got to be a morning after) (60 years ago)

        1968: Julian McMahon, Sydney Australia, actor (Cole-Charmed) (41 years ago)

     

     

     

     

     

                                                                                                       Today Is:

       

                                                                                 (Puerto Rico) Jose Celso Barbosa Birthday (1857)

                                                                                 (Virgin Islands) Hurricane Supplication Day

     

     

     

     

     

                                 There are 157 days left in this year.  




     

     

     

     

                                                                                                     Small Tip :    ในที่สุดแล้วคุณก็ต้องรับผิดชอบชีวิตของตนเอง
                                                                     อิสระที่จะเลือกและสร้างชีวิตในแบบของคุณเอง

     

     

     

     

    บางตอนของพุทธประวัติสำหรับนักศึกษา โดยท่านพุทธทาสภิกขุ

     

     

     

                                                                            เพชรพลอยแห่งสัจจธรรม 


     


       

                                                      เมื่อพระพุทธองค์ทรงดำเนินไปตามท้องถนนพร้อมกับพระพุทธบิดา
                                                              ตรงไปยังพระราชวังนั้น   พระองค์ได้ตรัสแก่พระบิดาว่า
                               พระองค์มิได้เสด็จกลับมาสู่บ้านเกิดของพระองค์อย่างคนสิ้นเนื้อประดาตัวที่กลับมามือเปล่า
                    พระองค์ได้ตรัสยืนยันว่า  พระองค์ได้นำเพชรพลอยอันมีค่าสูงเกินกว่าที่จะตีค่าได้ติดตัวมาด้วยเป็นอันมาก
                                                      เป็นเพชรพลอยที่มีค่าสูงสุดในโลก  เป็นเพชรพลอยแห่งสัจจธรรม

                                                       ที่สามารถนำคนไปสู่ความสุขอันไม่เปลี่ยนแปลงของพระนฤพาน



                                                                       

                                                            เนื้อความอ้างอิงจากปทานุกรมท้ายเล่มของ       พุทธประวัติสำหรับนักศึกษา
                                                                                                โดยพุทธทาสภิกขุ
                                                                                            ตอนที่ ๑๓    เสด็จกบิลพัสดุ์

     

     

     

    เฮฮา


                                                                        ฮากันวันหยุด  สบายๆ




                                                                    ในระหว่างสงครามกลางเมืองของอเมริกา
                                    ประธานาธิบดีอับบราฮัม  ลินคอล์น  มีคำสั่งไปถึงขุนพลของท่านทุกหน่วยในสนามรบ
                                    ให้รายงานการปฏิบัติงานมาถึงท่านอย่างละเอียด  - และโดยด่วนทุกครั้ง

                                                                    แล้วก็มีนายพลผู้เคร่งครัดท่านหนึ่ง   ส่งโทรเลขรายงานมาว่า
                                                                        "ทางเราจับวัวมาได้หกตัว  จะให้ทำอย่างไรครับท่าน?"
                                                                        "รีดนม"   เป็นคำตอบจากท่านประธานาธิบดี





                                                    ความฝันอยากเป็นนักร้องของผมเกิดขึ้นสมัยเป็นวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่
                    มาถึงสมัยพี่เบิร์ดผมไม่อยากเป็นนักร้องแล้ว   ได้แต่อิจฉาที่พี่เบิร์ดเก่งทุกอย่าง  และเก่งอยู่ได้นาน
                    ที่ผมอยากเป็นตอนหลังคืออยากเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด
                    เพราะเห็นว่าเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดใหญ่ที่สุดในจังหวัดแล้ว   ไม่ต้องกลัวใคร
                    พอได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดจริงไม่ยักเป็นอย่างที่คิด  ใหญ่ก็ไม่ใหญ่
                    มีคนที่ผู้ว่าฯ  (อย่างผม)  ต้องกลัวเยอะไปหมด

                                                    ผมเป็นคนชอบยอ  ชอบให้คนชม   ใครตำหนิแม้จะเป็นการติเพื่อก่อก็หาชอบไม่
                    สมัยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด   อยากจะเป็นผู้ว่าฯ ที่ประชาชนรักและศรัทธา
                    เพราะฉะนั้น  สื่อมวลชนจึงมีความสำคัญต่อชีวิตผมมาก
                    ถ้าสื่อมวลชนทำข่าวเกี่ยวกับการทำงานของผมไปในทางชมเชย  (ถึงแม้จะเป็นผักชีก็ชมไปเถอะ)
                    ภาพลักษณ์ของผมในสายตาประชาชนก็จะเป็นคนน่ารักและน่าศรัทธา
                    ถ้าสื่อมวลชนตำหนิจะถูกต้องหรือไม่ก็ตาม    ความศรัทธาอันเป็นยอดปรารถนาของผมก็จะลดน้อยลง
                    ผมเคยคิดเสมอว่ารู้อย่างนี้ไม่เป็นดีกว่าผู้ว่าราชการจังหวัด   เป็นสื่อมวลชนดีกว่า

                                                   
    ผมจะเล่าเรื่องความอัดอั้นตันใจของผู้ว่าฯ เกี่ยวกับสื่อมวลชนให้ฟังสักเรื่อง
                                            เป็นเรื่องของผมคนเดียวนะครับ   ผู้ว่าฯ คนอื่นไม่เกี่ยว

                                                   
                                                    สมัยผมเป็นผู้ว่าฯ เริ่มมีข่าวเรื่องโรคติดต่อที่น่ากลัวโรคหนึ่งคือโรคเอดส์
                    ตามข่าวโรคเอดส์เป็นโรคติดต่อที่อันตรายต่อมนุษยชาติมากที่สุด
                    เพราะเป็นแล้วไม่มีทางรักษาต้องตายลูกเดียว   ก่อนตายต้องทุกข์ทรมานมาก
                    เป็นโรคที่ติดต่อกันได้ทั้งทางเพศสัมพันธ์  ทางเลือด  ทางน้ำลาย
                    มีสถิติคนตายทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
                    ความกลัวของผู้คนก็มีส่วนทำให้โรคนี้มีความสำคัญมากขึ้น
                    ญาติพี่น้องไม่กล้าเข้าใกล้ผู้ป่วยโรคเอดส์   ชาวบ้านเดินขบวนห้ามวัดเผาศพคนตายด้วยโรคเอดส์
                    ผู้ว่าฯ ก็ด้วยคน  ย่อมมีความกลัวโรคเอดส์เป็นของธรรมดา

                                                    อยู่มาวันหนึ่ง  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลให้รถมารับไปโรงพยาบาลโดยด่วน
                    หมอก็สั่งผู้ว่าฯ อย่างผมได้  เพราะผมเป็นคนไข้หลายโรคทางโรงพยาบาลดูแลรักษาอยู่
                    พอไปถึงโรงพยาบาลผู้อำนวยการรอรับอยู่ข้างบันได  รีบพาไปห้องประชุมทันทีโดยไม่บอกว่าเรื่องอะไร
                    ในห้องประชุมมีโต๊ะอาหารสี่เหลี่ยม    ผู้อำนวยการดันหลังผมให้นั่งลงทางหัวโต๊ะ
                    แล้วเชิญแขกผู้หญิงนั่งทางซ้ายแขกผู้ชายนั่งทางขวา   ผู้อำนวยการออกไปยืนอ่านรายงานห่างออกไปหลายวา
                    มีกล้องโทรทัศน์และนักข่าวหนังสือพิมพ์ทั้งส่วนกลางและหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นยืนอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง
                    ผู้อำนวยการรายงานเสียงสั่นว่า
                                                        "แขกที่นั่งรับประทานอาหารกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนไข้โรคเอดส์ทั้งคู่
                    เพื่อแสดงให้เห็นว่าโรคเอดส์ไม่ใช่โรคที่น่าเกลียดน่ากลัวอย่างที่คิด"
                    (ไม่น่าเกลียดน่ากลัวแล้วทำไมคุณไปยืนอ่านรายงานเสียตั้งไกล)   ข้อความในวงเล็บผมพูดในใจ
                    หมอรายงานต่อว่า   "โรคเอดส์ไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆ   เพื่อยืนยันในความจริงข้อนี้
                    เราจึงเชิญผู้ว่าฯ ของเรามาร่วมรับประทานอาหารกับคนไข้โรคเอดส์
                    ใครมีญาติเป็นคนไข้โรคเอดส์ต่อไปนี้ไม่ต้องกลัว  ไม่ต้องรังเกียจ   ดูท่านผู้ว่าฯ เป็นตัวอย่าง"
                    (ถ้าจริงอย่างหมอว่า  หมอทำไมไม่เป็นตัวอย่างเสียเอง   ผู้ว่าฯ กลัวแทบตายอยู่แล้ว) 
                                                        "ป้อนข้าวท่านผู้ว่าฯ หน่อยครับ"   (ใครฟะคิดเรื่องพิเรนขึ้นมาได้)
                    คุณเอดส์ผู้ชายรีบตักไข่เจียวมาวางบนข้าว   แล้วตักข้าวไข่เจียวป้อนให้ผม
                                                        "ค้างไว้ก่อนครับ  ค้างไว้"
                    (บ้าเอ๊ย  แทนที่จะรีบป้อนรีบชักมือเอดส์ออกไปไกลๆ ดันให้ค้างไว้อีก)
                                                        "คุณผู้หญิงป้อนด้วยค่ะ"   (เธอทำไมไม่มาป้อนเสียเองฟะ)
                                                    ผมทนกินข้าวแกงเนื้อกับไข่เจียวอาหารโปรดอย่างฝืดคอที่สุดจนหมดจาน
                    รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเหมือนออกวิ่งสักสามกิโล
                                                    ถามว่าไม่พอใจทำไมไม่ปฏิเสธ
                                                    นี่แหละครับที่ผมเจ็บใจไม่หาย   เพราะผมกลัวสื่อมวลชนน่ะซี
                    ภายใต้สายตาสื่อมวลชนเป็นฝูง   ถ้าผมปฏิเสธสื่อมวลชนคงลงข่าวตำหนิอย่างรุนแรง
                    เรดติ้งผมก็ตกหมดซีครับ    ที่น่าเจ็บใจก็คือ  ผมอุตส่าห์ฝืนใจแสดงด้วยความเหนื่อยยาก
                    แต่ไม่มีทีวีช่องไหนออกข่าว   หนังสือพิมพ์ก็ไม่มีลงสักฉบับเดียว
                    ถามนักข่าวท้องถิ่นบอกว่าจังหวัดอื่นเป็นข่าวก่อนเราหลายจังหวัดแล้ว   ข่าวของเราเลยทิ้งลงตะกร้า
    !





     

                                                     
                                ประธานาธิบดีจอมเผด็จการประเทศที่กำลังพัฒนาประเทศหนึ่ง
                    สั่งให้พิมพ์แสตมป์มีภาพตัวเองหราอยู่บนนั้น
                    ครั้นแสตมป์ออกจำหน่ายได้ระยะหนึ่ง   ราว ๑ ปีปรากฏว่าไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร
                    ท่านจึงเรียกผู้อำนวยการฝ่ายการพิมพ์แสตมป์มาถามไถ่ถึงสาเหตุที่แสตมป์ไม่ได้รับความนิยม
                                                        "คือว่ามันไม่ค่อยติดกับซองน่ะครับ"   ผอ. การพิมพ์ตอบ
                                                        "ก็ทำไมทึ้งใช้กาวห่วยๆ อย่างนั้นล่ะ"
                                                                         "ไม่เกี่ยวกับกาวหรอกครับ   คนส่วนใหญ่เขาเอาน้ำลายป้ายผิดด้านน่ะครับ" 



                     
    ทั้งสามเรื่องจากต่วย ตูน    ปีที่ ๓๗   เล่มที่ ๒    ฉบับปักษ์หลัง กันยายน  ๒๕๕๐
                                                                           
    เรื่องผู้ว่าฯ ตรงกลางเขียนโดยคุณอนันต์  แจ้งกลีบ
                                                                      
    ผมอ่านแล้วมัน(ส์)มากจนอดนำบางตอนขึ้นมาฉายไม่ได้
                                                            ก็ต้องขออนุญาตและขอบพระคุณด้วยนะครับ
                                                                (ช่วงนี้กำลังอ่านต่วย
    ตูน อย่างเมามันครับ  กรุณาอย่าถือสา) 
     
     
     
     
     

    แลอักษร


                                                                                                         ของฝาก                
                     


                                                                 ยามเยาว์เห็นโลกล้วน          แสนสนุก
                                                เป็นหนุ่มสาวก็หลงสุข                           ค่ำเช้า
                                                กลางคนเริ่มเห็นทุกข์                             สุขคู่  กันนอ
                                                ตกแก่จึงรู้เค้า                                        ว่าล้วนอนิจจัง


                                                                                    พระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
                                                                                    กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
                                                                                    นักปราชญ์   พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย
                                                                                    พระบิดาของมัคคุเทศก์ไทย    นักการปกครอง
                                                                                    และบุคคลสำคัญของโลก   (โดย  UNESCO)
                                                                                    จากต่วย' ตู    ปีที่ ๓๗   เล่มที่ ๑   ปักษ์แรก กันยายน  ๒๕๕๐
     
     
     
     

    Today In The Past

     
     

                                       Fri, July 24th, 2009

     

     

     

     

     

                                                                 On This Day:

     

        1683: The first settlers from Germany to the U.S. leave aboard the Concord

        1701: The French make their first landing at the future site of Detroit

        1704: Great Britain takes Gibralter from Spain

        1758: George Washington is admitted to the Virginia House of Burgess

        1847: Mormon leader Brigham Young and his followers arrive in the valley of the Great Salt Lake (Utah)

        1847: The rotary-type printing press is granted a patent (Richard March Hoe, NYC)

        1866: Tennessee becomes the first state to be re-admitted to the Union after the Civil War

        1915: The excursion ship Eastland capsizes in Lake Michigan (852 people die)

        1923: The Treaty of Lausanne, which settles the boundaries of modern Turkey, is signed in Switzerland

        1929: The NY to San Francisco footrace ends after more than two months

                         (the winner is 60-year old Monteverde)

        1929: President Hoover proclaims the Kellogg-Briand Pact,

                         which renounces war as an instrument of foreign policy

        1948: The Soviets blockade Berlin from the west (setting the stage for the construction of the Berlin Wall)

        1959: Vice President Nixon argues with Khrushchev (known as the “Kitchen Debate”)

        1961: A U.S. commercial plane is hijacked to Cuba (beginning of airplane hijacking tactics of terrorists)

        1963: Sonny Liston KO's Floyd Patterson to retain the heavyweight championship

        1967: Charles de Gaulle says “Vive le Quebec libre!” (Long live free Quebec!)

        1969: Apollo 11 splashes down: the first men to walk on the Moon return to Earth

        1969: Muhammad Ali is convicted, on appeal, for refusing induction into the U.S. Army

        1972: Jigme Singye Wangchuk becomes king of Bhutan at 16 years of age

        1973: Sue Berning wins the U.S. golf open for a 3rd time

        1984: Seve Ballesteros wins the British Open

        1985: Gandhi signs a peace contract with Sikh leader Harchand Singh Longowai

        1987: IBM-PC DOS Version 3.3 (updated) is released

        1990: Iraq masses tens of thousands of troops and hundreds of tanks along the Iraqi-Kuwaiti border

                         (accuses Kuwait of conspiring to harm its economy through oil overproduction)

        1991: A Unversity of Manchester scientist announces finding a planet outside of the solar system

     

     

     

                              Born On This Day:

     

        1783: Simon Bolivar, freed 6 Latin American republics from Spanish rule (226 years ago)

        1802: Alexandre Dumas, French author (3 Musketeers, Man In The Iron Mask) (207 years ago)

        1857: Henrik Pontoppidan, Denmark, realist writer (Nobel 1971) (152 years ago)

        1936: Mark Goddard, Lowell Mass, actor (Don West-Lost in Space) (73 years ago)

        1951: Lynda Carter, Phoenix Az, Miss USA/actress (Wonder Woman, Billie Jo) (58 years ago)

     

     

     

                                                                                                       Today Is:

       

                                                                             (Denmark) Midsummer Day

                                                                             (Ecuador, Venezuala) Bolivar Day (1783)

                                                                             (Spain) Valencia Fair Day - Battle of the Flowers

                                                                             (Sweden) Kristina name day

       

     

     

     

                                 There are 160 days left in this year. 

     

     

     

     

     

     

     

                                                                               พุทธศาสนสุภาษิต :      โสรัจจะและอวิหิสานั้น  เป็นช้างเท้าหลัง

                                                                                              สติและสัมปชัญญะนั้น  เป็นช้างเท้าหน้า

     

                                                                                              โสรจฺจํ อวิหึสา จ   ปาทา นาคสฺส เต ทุเว

                                                                                                                                                          สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ   จรณา นาคสฺส เต ปเร

     

     

     

     

     

    โรแมนติค ดรามา

     
     
                                                                                         เส้นทางแห่งรัก
     
     
     
     
     
     
     

                                                    หลิงได้งานเป็นอาจารย์โรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
                    ส่วนหลงลาออกจากบริษัทน้ำมัน   มาเปิดสำนักงานรับปรึกษาปัญหาหนี้เสีย

                    และอรรถคดีด้านการเงิน  การบัญชี
                    งานแต่งงานของคนทั้งสองที่โบสถ์แห่งนี้เป็นไปอย่างเรียบง่าย   แต่น่าประทับใจยิ่ง
                    ผมผู้ซึ่งเป็นสักขีพยานรัก  รู้สึกเหมือนตนเองเป็นวาทยกรที่กำลังกวัดไม้บาตอง
                    ลงเป็นสัญญาณแห่งการจบของบทเพลงรักโรแมนติกอันแสนยาวนานบทนี้

                                                    หลงและหลิงอาจไม่ใช่ตำนานสุดท้ายแห่งความรัก
                    แต่เป็นตำนานรักที่ใช้เวลารอคอยอันยาวนาน
                    เป็นตำนานที่ผมจำต้องใช้เป็นบทเตือนใจยามที่มีปัญหากับสุภาพสตรีข้างกาย
                                                    คราใดมีปัญหาครอบครัว
                    ตำนานรัก 
    หลงกับหลิง"  เป็นยาขนานวิเศษ  ที่ย้อนกาลเวลาให้ผมระลึกถึงห้วงแรกแห่งรักของเราทั้งสอง
                    แล้วเราก็หันกลับมาพูดคุยกันด้วยความอภิรมย์

                                                    หลงและหลิงทิ้งปัญหาอยู่เบื้องหลัง
                    จนบัดนี้ก็ไม่ทราบว่าเรื่องโรงกลั่นน้ำมันไปถึงไหนแล้ว
                                                    เธอทั้งสองมีพยานรักเพศชายหนึ่งคน  เจ็ดขวบแล้ว 

                    พบเจ้าหลานชายคนนี้ทีไร    ผมจะบอกเสมอๆ ว่า  

                                                    "ลูกเอ๋ย  เจ้าโชคดีจริงๆ ที่เกิดมาในครอบครัวที่มีแต่กลิ่นกุหลาบสีชมพูหอมฟุ้งตลอดกาล"

                    ครอบครัวนี้มีแต่กลิ่นกุหลาบสีชมพูหอมฟุ้งตลอดกาลจริงๆ
                    เพราะหลงกับหลิงทะนุถนอมความรักยิ่งกว่าแหวนแก้วเพชรมณี
                    ประคองไว้ราวกับว่ามันเปราะบางจนง่ายต่อการหลุดร่วงแตกร้าวไป             


       
                                               
                                                    . . . . . . . . . . . . .
                                                                                    . . . . . . . . . . . . .                       
                                              พอเล่าเรื่องนี้จบ  ลูกสาวผมบอก  ไหนบอกว่าน้ำเน่า  ไม่เห็นเน่าตรงไหน  แต่มันจืด
                                                                        เรื่องของพ่อจืดสนิทยังกะแกงจืดไม่ใส่น้ำปลา
                                                                ผมบอก  นี่แหละนิยายน้ำเน่าของจริง   เพราะมันนิ่งสนิท
                                                              ความรักมันนิ่งสนิทมาเป็นสิบๆ ปี   กว่าจะกระเพื่อมอีกครั้ง

                                                           ลูกสาวผมนิ่งไปสักพักแล้วบอก  สงสัยพ่อดูหนังเกาหลีมากไป 



     

     

                                                       แต่ก่อนที่จะละสายตาจากเรื่องนี้ไป 
                    และไหนๆ ท่านคงเดินออกจากโรง (ภาพยนตร์)  ด้วยรอยยิ้มแล้ว
                    ก็แถมอมยิ้มต่อกับขำ ขัน อีกเรื่อง    ซึ่งอยู่ในต่วย
      ตูนเล่มเดียวกันครับ



                                                    เซลส์แมนนายหนึ่งพยายามหาลูกค้าด้วยวิธีต่างๆ มามากมาย
                    แต่ก็ไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จ   วันนี้เขาเลือกใช้การโทรศัพท์เข้าไปตามบ้าน
                                                        "หวัดดีฮับ"    เสียงเด็กกระซิบกระซาบรับสาย
                                                        "มีใครอยู่บ้านบ้างไหมจ๊ะหนู"   เซลส์แมนกระซิบเสียงหวานกลับไป
                                                        "มีเยอะแยะเลยฮับ"   เด็กกระซิบกลับมา
                                                        "งั้นเรียกคุณพ่อมาคุยกับน้าหน่อยซิ"
                                                        "ป๊ะป๋าไม่ว่างฮับ"
                                                        "งั้นคุณแม่ล่ะ"
                                                        "หม่าม้าก็ยุ่งอยู่ฮับ"
                                                        "งั้นตอนนี้ที่บ้านมีใครอีกล่ะ"
                                                        "มีพวกเพื่อนบ้านแถวๆ นี้ฮับ"
                                                        "เรียกเค้ามาคุยซักคนซิ"
                                                        "พวกเค้ากำลังวุ่นวายกันใหญ่เลยอ่ะครับ"
                                                        "แล้วยังมีใครอีกไหมเนี่ย"   เซลส์แมนชักหงุดหงิด
                                                        "มีพวกลุงตำรวจ  กับพี่ๆ หน่วยกู้ภัยฮับ"
                                                        "แล้วเค้าว่างไหม"
                                                        "ดูจากท่าทางแล้ว   คงไม่ว่างซักคนหรอกฮับ"
                                                        "นี่หมายความว่าไง"   เซลส์แมนขึ้นเสียงใส่เด็กเพราะเหลืออดแล้ว
                    "บ้านนี้ไม่มีใครว่างซักคน   แถมยังมีใครต่อใครมาอยู่กันเต็มไปหมด   เค้ามาทำอะไรกันเนี่ย"
                                                        "พวกเค้ากำลังตามล่า  เอ๊ย
    !  ตามหาตัวผมอยู่ฮับ"

     

     

     

     

     

     

    โรแมนติค ดรามา

     
     
                                                                                         เส้นทางแห่งรัก
     
     
     
     
     
     
     

                                                    แต่แล้วกาลเวลาก็หมุนย้อนกลับ
                                                    สตีเฟ่น   ฮอร์กิ้ง  บอกไว้ว่า  กาลเวลาอาจไม่เป็นเส้นตรงเสมอไป
                                                    บางทีในอวกาศ   กาลเวลาก็เป็นเส้นโค้ง
                                                    กาลเวลาของวีรวัฒน์โค้งกลับสามร้อยหกสิบองศา
                                                    กาลเวลาของหลงกับหลิงเวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง    จุดเริ่มต้น  


                                                     ครูใหญ่คนที่ตำรวจบอกว่าเป็นหัวหน้าต่อต้านมายืนตรงหน้าเขาแล้ว
                                                    เธอจะเป็นใครไปไม่ได้  นอกจากเหม่หลิง
                                                    แม้วัยจะร่วงโรยไปตามวันเวลา   แต่ดวงตาที่เขาเคยเฝ้าฝันทั้งวันทั้งคืน
                    ก็มาลอยอยู่ตรงหน้าเขา
                                                    วีรวัฒน์ไม่เคยหลั่งน้ำตามานานแล้ว
                                                    ไม่เคยรู้ว่า  อารมณ์แบบไหนจึงต้องหลั่งน้ำตา
                                                    แต่วันนี้น้ำตาหลั่งล้นท้นออกมาไม่ขาดสาย
                                                    น้ำตาพรั่งพรูออกมา  ดุจทำนบกั้นน้ำแตก
                                                    น้ำตาสะท้อนถึงอารมณ์ความรู้สึกในตัวตนของวีรวัฒน์ขณะนั้นชัดเจนที่สุด
                                                    สุดจะบรรยายได้ว่า  อะไรเป็นตัวขับน้ำตาที่ถูกกักเก็บตลอดยี่สิบปีให้ไหลออกมา
                                                    และอะไรเป็นตัวผลักอารมณ์ที่อยู่เบื้องลึกที่สุดในหัวใจให้บรรเจิดออกมา


                                                    เหม่หลิงก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน
                                                    ไม่คิดว่า  คนที่เธอจะต้องเผชิญหน้าในฐานะฝ่ายตรงข้าม  จะเป็นคนที่เธอเคยรัก
                                                    น้ำตาของเธอหลั่งออกมาไม่น้อยไปกว่าน้ำตาของวีรวัฒน์
                                                    ไม่มีน้ำเสียงหลุดออกจากของทั้งสองคน   มีแต่จ้องหน้ากัน

                     จนนายฝรั่งมองดูอย่างประหลาดใจ       "เกิดอะไรขึ้น"  นายฝรั่งถาม
                                                    พ้นจากอาการมึนงง   วีรวัฒน์บอกนายฝรั่งว่า  " ชี  อิส  มาย  ลองไทม์  เลิฟ "
                    - เธอเป็นคนรักของผมมายาวนาน
                                                    ฝรั่งร้อง   "โอ้
    มายก๊อด   พระเจ้า! "
                                                     วีรวัฒน์ขอเวลาคุยส่วนตัวกับหลิงหนึ่งวัน
                                                        "ไอเห็นยูค่อยๆ เงียบไป   จดหมายไม่ค่อยตอบ   คิดว่ายูคงแต่งงานไปแล้ว  หลง"
                                                        "ไออยากไปอเมริกา  แต่หนทางมันตีบตันเหลือเกิน
                    ไอทุ่มกับงานๆๆ     สุดท้ายไอก็เป็นไอ้แก่คนหนึ่งที่รอเขาถีบทิ้ง    แล้วยูไปอยู่ที่ไหน
                    โทร.ไปก็ไม่มีใครรับสาย  จดหมายก็ตีกลับ"
     
                                                                  "ไอไปอยู่อัพสเตทนิวยอร์กหลายปี   แล้วไปอยู่แคลิฟอร์เนีย
                    จนพ่อแม่เสียไปแล้ว  น้องสาวกับน้องชายแต่งงานไปแล้ว  พอดีทางกระทรวงศึกษาเวียดนามบอกว่า
                    ต้องการคนเวียดนามคืนถิ่น  เพื่อกลับมาช่วยชาติ   ไอเลยลองสมัครดู
                    เขาต้องการผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติ    สำหรับเด็กต่างชาติและเด็กเวียดนาม
                    ให้เรียนรู้ภาษาอังกฤษตั้งแต่เล็กๆ เพื่อให้รู้ทันโลก   ไอก็เลยได้มาบริหารที่นี่แหละ
                    แต่ตอนนี้ทำท่าไม่ค่อยดีแล้วละ  เพราะบริษัทน้ำมันของยูจะมาตั้งใกล้ๆ แถวนี้   สิ่งแวดล้อมเสียหมด
                    มีชาวบ้านขอให้ไอไปพูดกับฝรั่ง   ไอก็เลยขอเจรจา  แต่ไม่สำเร็จ"
                                                         "ลืมเรื่องโรงกลั่นน้ำมันเสียเถอะ   เรามาคุยเรื่องของเราดีกว่า
                    ยูแต่งงานหรือยังล่ะ"

                                                                          "ไอแต่งกับงาน   ไอรักเด็ก  อยากสร้างอนาคตของเด็ก   แล้วยูมีลูกกี่คนล่ะ"
                                                        "เวลาของไอก็หมดไปกับงาน   ไอไม่เคยนึกถึงเรื่องชีวิตคู่  ไม่เคยอยากแต่งงาน
                    ไม่เคยอยากมีเมีย   ไม่เคยนึกรักใคร  ลืมไปแล้วว่ารักเป็นฉันใด"
                                                        "แล้วยูจะทำยังไงกับโครงการนี้ต่อไป"
                                                        "ไอควิท"   ร้องไห้   "พรุ่งนี้ลาออกแล้ว   ยูด้วยลาออกเถอะ  ไปอยู่กรุงเทพฯ กับไอ
                    ไปแต่งงานกันเถอะ   ไอรอมายี่สิบปีแล้วนะ  หลิง"
                                                    หลิงน้ำตาไหลพราก
                                                        "ยูจะให้ไอทิ้งเด็ก  ทิ้งชาวบ้านที่ฝากความหวังกับไองั้นหรือ"
                                                        "กว่าจะจบงานนี้  ยูก็อาจจะกลายเป็นผู้หญิงแก่ๆ รอวันอับเฉาโรยรา
                    ไม่มีความหวังอะไรสำหรับชีวิตและจิตใจตนเองอีกต่อไป   เราทำให้กับงานมามากแล้ว
                    เราทำให้กับผู้อื่นมาเยอะแล้ว   ถึงเวลาแล้วที่จะขุดความปรารถนาของเราขึ้นมาให้สัมฤทธิผล"
                                                        "ไม่ได้   เรื่องนี้จบง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้"
                                                        "ทำไมล่ะ  หลิง   เวียดนามไม่เหมือนอเมริกานะหลิง
                    ไอไม่รู้ว่าถ้ายูยืนหยัดอย่างนี้ต่อไป  ยูจะเป็นยังไง   ไอกลัวเหลือเกิน  กลัวจะสูญเสียยูไป"
                                                        "ชาวบ้านต้องการหลิงนะ  หลง    ไอเป็นคนเดียวที่เขายกให้เป็นผู้ตัดสินใจ
                    ไอไม่กล้าทำให้พวกเขาผิดหวัง"
                                                        "เรายังมีเวลาเหลืออยู่ไม่มากนะ   เราอาจมีเวลาอยู่ด้วยกันเพียงสิบยี่สิบปี"
                                                    หลงแทบตะโกน    "ไอไม่อยากอยู่บ้านคนเดียวในบ้านหลังโตๆ ตอนแก่ 

                    มีแต่แม่บ้านทำความสะอาดและคนขับรถ   ยูก็คงไม่อยากทำหน้ายิ้มปลาบปลื้มกับเด็กๆ ที่ยูสอน

                    แล้วกลับไปนอนคนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมอย่างเดียวดายและหงอยเหงา"
                                                    ไม่มีเสียงขานรับจากฝ่ายหญิง
                                                    เวลาผ่านไปเนิ่นนานเหมือนศตวรรษ   แล้วหลงก็พูดเสียงกระเส่า
     
                                                                  "หลิง
    !!
       ไปกรุงเทพฯ เถอะ

     

     

     

     

     

                 

    โรแมนติค ดรามา

     
     
                                                                                      เส้นทางแห่งรัก
     
     
     
     
      
     

                                                              เพื่อนที่อยู่บริษัทน้ำมันบอกว่าสนใจงานน้ำมันหรือไม่   ถ้าสนใจให้ไปสมัครดู
                    เจ้านายฝรั่งกำลังมีโครงการสร้างโรงกลั่นน้ำมันในเวียดนาม
                                                                  เพียงแต่คำว่า 
    เวียดนาม"  ผ่านเข้ามาในหูเท่านั้น
                      
    หัวใจของวีรวัฒน์ก็วาบแปลบขึ้นมาทันที
                                                   หลิง ... เธออยู่ไหน
     


                                                       วีรวัฒน์ลาออกจากธนาคารโดยไม่รอเออร์ลี่รีไทร์
                    เพราะมีงานอยู่แล้วที่บริษัทน้ำมัน    ทำงานใหม่ได้สิบวันเจ้านายฝรั่งพาบินไปฮานอยทันที
                                                    สถานที่ก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันอยู่ใกล้ริมฝั่งทะเล  ห่างจากฮานอยไม่มากนัก
                    ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลแล้ว   แต่มีแรงต่อต้านจากชาวบ้านพื้นที่
                    แม้จะไม่ออกหน้าออกตา   แต่จากการสัมผัสเพียงสองวันแรก   วีรวัฒน์ก็รู้สึกว่างานนี้ไม่ง่ายเสียแล้ว
                                                    เจ้าหน้าที่เวียดนามกระซิบกระซาบว่า
                                                                  "หัวหน้าผู้ต่อต้านเป็นครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ     พวกเรากำลังสืบว่า

                         เธอรับคำสั่งมาจากใคร   ใครเป็นตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลัง"


                                                        การต่อต้านซึ่งมีรูปแบบที่ดูเสมือนบางเบา   กลับมีเนื้อหาที่เข้มข้น
                    ล่ามที่มาช่วยวีรวัฒน์แปลบอกว่า   ชาวบ้านมีข้อเรียกร้องเพียงประการเดียว
                                                    ยกเลิกการสร้างโรงกลั่นน้ำมัน
    !!!
                                                    เมื่อพบชาวบ้าน  ชาวบ้านกุลีกุจอเอาน้ำยกข้าวมาให้กินด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
                    แต่เมื่อวีรวัฒน์พูดถึงข้อเสนอของบริษัทน้ำมัน    ชาวบ้านยิ้ม  แต่ส่ายหน้าลูกเดียว
                                                    ตำรวจที่มาด้วยทำท่าฮึดฮัดไม่พอใจ   แต่วีรวัฒน์บอกให้ใจเย็นๆ
                                                    วีรวัฒน์บอกผ่านล่ามไปว่า  ขอพบครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ
                                                    สามวันต่อมา  วีรวัฒน์ก็ได้พบครูใหญ่คนนั้น   


                                                              
    กาลเวลาผ่านไปยี่สิบปีอย่างจืดชืด
                                                    กาลเวลาผ่านไปด้วยการอุทิศกายถวายใจให้กับงาน
                                                    กาลเวลาผ่านไปพร้อมกับเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงาน  
    และหนังสือวารสารด้านธุรกิจ

                    กองเต็มบ้าน
                                                    กาลเวลาผ่านไปพร้อมกับชีวิตที่แห้งแล้ง
                                                    กาลเวลาของหลงหมดไปกับงาน
                                                    กาลเวลาทำให้หนุ่มน้อยอนาคตไกล  กลายเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปี
                                                    กาลเวลาทำเอาหลงลืมไปแล้วว่า  สุดยอดแห่งความรื่นรมย์ของชีวิตคืออะไร
                                                    กาลเวลาทำให้เขาไม่มีหัวใจ  และไม่เงยหน้ามองผู้คน
                                                    กาลเวลาทำให้หัวใจของเขาแห้งเหือด  และหลังเขาเริ่มงุ้มลง

     

     

     

     

     

     

    โรแมนติค ดรามา

     
     
                                                                               เส้นทางแห่งรัก
     
     
     
     
     
     
     
                                                    เหม่หลิงใช้เวลาอีกหลายปีต่อจากนั้น
                    กว่าจะเรียนจบปริญญาเอกด้านบริหารการศึกษา   แล้วเธอก็ไปได้งานเป็นผู้บริหารโรงเรียนของรัฐ
                    ทางตอนเหนือของรัฐนิวยอร์ก   ซึ่งเธอส่งข่าวมาว่าหนาวเข้ากระดูก
                                                    ตอนที่วีรวัฒน์ทำงานจะครบหกปี  เขาเตรียมตัวลาออก
                    เพื่อไปอเมริกาตามหารัก    ธนาคารมีคำสั่งตูมให้วีรวัฒน์ไปเป็นผู้จัดการที่ฮ่องกง
                    เบื้องแรกวีรวัฒน์ปฏิเสธ  ไม่รู้ภาษาจีน  พูดได้แต่ภาษาแต้จิ๋วภาษาเดียว
                                                    เจ้านายบอกว่า  ที่ฮ่องกงใช้ภาษาอังกฤษติดต่อสื่อสารกันในทางธุรกิจ
                    นี่เป็นโอกาสที่หายากครั้งหนึ่งในชีวิตทีเดียวนะ
                                                    พ่อกับแม่ก็สนับสนุนให้ไป   ทั้งๆ ที่บอกจะไปอเมริกา  จะไปเอาลูกสะใภ้มาฝาก
                    พ่อแม่บอกว่า  สะใภ้เดี๋ยวจะหาให้    คนที่อยู่อเมริกาน่ะ  ป่านนี้คงไม่รอหรอก
                    เพราะอายุคงปาเข้าไปสามสิบกว่าแล้วมั้ง
                                                    และหลงก็ไม่รู้ว่าหลิงแต่งงานแล้วหรือยัง

                                                   
    จดหมายและโทรศัพท์ที่ติดต่อกันเป็นระยะๆ เธอไม่เคยเอ่ยถึงใครเลย
                    นอกจากพ่อแม่  น้อง  แล้วก็นักเรียนที่เธอสอน
                                                    ตอนที่ถามเธอว่า  ไปอยู่ฮ่องกงดีไหม
                    เธอตอบว่า  ไปเถอะ  เผื่อมีลู่ทางดีๆ เธอจะไปบ้าง

                                                    ไปฮ่องกง  งานมากกว่ากรุงเทพฯ สามเท่า
                    ไม่เคยมีเวลาเป็นส่วนตัว    มีแต่ธุรกิจ
    ธุรกิจ ธุรกิจ
                    เวลากลับมาประเทศไทย  ก็พานักธุรกิจฮ่องกงมาด้วย  มาตีกอล์ฟ
                    แล้วก็แอบไปซุกซนกันตามประสาผู้ชาย   ในไนท์คลับ  อาบอบนวด  คาราโอเกะ
                    สิ่งบันเทิงทุกอย่างเป็นเรื่องของธุรกิจ
                   
                   
                                     อยู่ฮ่องกงอีกเจ็ดปี   การติดต่อกับหลิงก็เริ่มขาดหายไป
                    หลงเคยเร่งเร้าหลิงให้บินมาฮ่องกง
                    ใช้เวลาเกือบสองเดือน  กว่าเธอจะตอบกลับมาว่า  เธอวุ่นวายอยู่กับชีวิตการทำงานมาก
                    และต้องคอยดูพ่อแม่  เพราะพ่อแม่ก็แก่มากแล้ว  ทำอะไรไม่ค่อยไหว  เงินทองก็ไม่ค่อยเหลือ
                                                    สุดท้ายไม่มีแม้แต่คริสต์มาสการ์ดหรือการ์ดวันเกิดจากเหม่หลิง
                                                    วันเวลา  พาเธอหายไปจริงๆ
                                                    โทรศัพท์ไปก็ไม่มีใครรับสาย
                                                    จดหมายและบัตรอวยพรถูกตีกลับ
                                                    ส่วนวีรวัฒน์ก็ทำแต่งาน
    งาน งาน
                                                    แทบไม่มีวันหยุด   แทบไม่มีวันพักผ่อน
                                                    ไม่มีเวลาให้กับอย่างอื่นเลย
                                                    การพักผ่อน  ก็มีเพียงออกกำลังกายในฟิตเนส   อ่านหนังสือ   ดูวิดิโอ

                                                    อยู่ฮ่องกงเจ็ดปี   กลับมาอยู่กรุงเทพฯ อีกเจ็ดปี
                    วีรวัฒน์เริ่มรู้สึกทนไม่ไหวกับงาน
                                                    ยิ่งในระยะหลังๆ ธนาคารมีการเปลี่ยนแปลงระบบชนิดกลับหน้ามือเป็นหลังมือ
                    หรือที่เรียกกันว่า  รีเอ็นจิเนียริ่ง    วีรวัฒน์รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นเต่าล้านปี
                                                    จากนักเรียนทุนอนาคตสดใส    ผ่านไปยี่สิบปีกลายเป็นตัวถ่วงระบบ
                                                    กลายเป็นส่วนเกินขององค์กร
                                                    วีรวัฒน์หมายมั่น   มีโครงการเมื่อไหร่ขอเออร์ลี่รีไทร์ทันที 
     
     
     
     
     
     

    โรแมนติค ดรามา

     
     
                                                                              เส้นทางแห่งรัก
     
     
     
     
     
     

                                                                           (ความเดิมมีอยู่ว่า  วีรวัฒน์ หนุ่มนักศึกษาไทยในอเมริกา
                                          เกิดปิ๊ง
    เหม่หลิง" เพื่อนนักศึกษาสาวจากเวียดนาม
                                 ความรักของเขาจะลงเอยฉันใด   ติดตามอ่านตอนจบได้    บัดนี้



     

     

                                                               หลังจากนั้นวีรวัฒน์ก็เป็นแขกประจำของร้านเร็ดแดรกอน
                    จากแรกเริ่มเป็นลูกค้า   ไปๆ มาๆ ทานฟรีทุกครั้งที่มาร้าน   พ่อแม่ของเหม่หลิงอัธยาศัยดี
                    ทราบว่าวีรวัฒน์จะต้องกลับไปทำงานแบงก์ที่เมืองไทย  ก็ชื่นชม
                    และอวยพรให้มีอนาคตไกลในการทำงาน

                                                    ความรักงอกเงย  ดอกไม้สีชมพูบานสะพรั่ง
                    ฟิลาเดลเฟียยามเหมันต์หิมะตกเป็นสีขาวโพลน   แต่หัวใจสองเธอกลับอบอุ่นด้วยไอรัก
                    เหม่หลิงชวนวีรวัฒน์ไปเล่นสกีนอกเมือง    ทั้งๆ ที่เกิดมาไม่เคยเห็นหิมะและไม่เคยเล่นสกี
                    แต่ความรักในหัวใจ   ทำให้วีรวัฒน์ไม่กลัวความเย็นของหิมะ  และความน่าหวาดเสียวของสกีอีกต่อไป

                                        แล้ววันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ   หลงก็บอกรักหลิง
                    ตรงหน้าอนุสาวรีย์ เบ็นจามิน  แฟรงกลิน  ในมหาวิทยาลัยแห่งเพ็นซิลเวเนีย

                                          ไอ เลิฟยู หลิง  ไอเรียลลี่เลิฟยู"
                                                     
    มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกัน"  เหม่หลิงแย้ง
                                                     
    ทำไมเล่า  เราสองคนรักกัน  เราสมควรใช้ชีวิตร่วมกัน"

                                                     
    ตื่นจากฝันเถอะหลง  ซัมเมอร์นี้ยูก็ต้องกลับประเทศไปแล้ว
                    ไปทำงานตามภาระผูกพันที่ยูมีต่อธนาคาร    ส่วนไอยังเรียนไม่จบ  บ้านไอก็อยู่ที่นี่
                    ไอต้องทำมาหากินด้วย   เงินทองก็มีไม่มากนัก
                    แล้วประเทศไทยกับอเมริกาก็ไม่ใช่เหมือนไทยกับเวียดนาม   จะบินไปหามาสู่กันได้ง่ายๆ"

                                                      
    ยูรอเราได้ไหม  หกปีเท่านั้น   ไอทำงานชดใช้ธนาคารเพียงหกปีเท่านั้น
                    หลังจากนั้นไอจะบินมาที่นี่  มาหางานทำที่นี่  มาหายู  มาเป็นทาสรักของยู  มาอยู่กับยูชั่วฟ้าดินสลาย"

                                                      
    หกปี ไอรอได้  แต่ยูจะรอได้หรือเปล่า   สาวไทยสวยกว่าสาวจีนมากนัก
                    ตาโต   ผิวสวย   ไม่ตาตี่  ผิวซีดแบบพวกเราหรอก"

                                                      
    บ้านไอเป็นคนจีน  แต่ละคนก็ตาตี่  ผิวซีดทั้งนั้น   แต่ความรักมันไม่ใช่แค่นี้นะ
                    มันเป็นความผูกพัน  ไม่ใช่ความนึกคิด  เป็นเรื่องของหัวใจ  ไม่ใช่สมอง    ยูรอไอ  ไอรอยู
                    หลงกับหลิงก็จะอยู่กันตราบชีวาจะหาไม่"

                                                     
    ฝันเพ้อไปแล้วเจ้าหนุ่มน้อย"  หลิงหัวเราะออกมา    



                                                                                                           
    เวลาผ่านไปเหมือนปีกบิน
                                                                       จากหกปีกลายเป็นสิบปี   แล้วก็ยี่สิบปี

                                                    วีรวัฒน์ในวัยสี่สิบสี่  เริ่มเหน็ดเหนื่อยกับชีวิต  ที่มีแต่งาน
    งาน  และก็งาน
                    ถ้าธนาคารมีโครงการเออร์ลี่รีไทร์เมื่อไหร่   เขาจะสมัครเป็นคนแรก
                                                    จากหนุ่มน้อยสดใส  ดีกรีปริญญาโทบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัย
                    ในกลุ่มไอวี่ลีกของสหรัฐอเมริกา   เขาเป็นอนาคตของธนาคาร
                    และชีวิตการทำงานของเขามีเส้นทางแห่งอาชีพอันสวยหรูรองรับเขา

                                                    สาวๆ ในธนาคารหลายคนหมายปอง
                    ลูกค้าสาวภายนอกให้ความสนใจกับหนุ่มหน้าตี๋จบโทนอก   บางคนทอดไมตรีให้ดื้อๆ
                    แต่วีรวัฒน์ทำเหมือนไม่รู้ว่าสาวเจ้าต้องการอะไร
                                                    เขาบอกผมว่าไม่เคยมีใครที่มีแววตาเหมือนวิไลหรือเหม่หลิงสักคน  
                    ส่วนใหญ่จะมีดวงตาอ้อนออเซาะ    วีรวัฒน์บอกว่านอกสเปค
                                                    บางคนนินทาว่า  เขาคงเป็นพวกแอบจิต  จึงไม่เห็นสนใจผู้หญิงคนไหน
                    บางคนก็ค่อนแคะว่าสงสัยกามตายด้าน
                                                    แต่เมื่อมองที่โต๊ะทำงานก็จะเห็นกรอบรูปใส่รูปขนาดโปสการ์ด

                    สาวสวยหน้าหมวยคนหนึ่งวางอยู่

     

     

     

     

     

     

    Today In The Past

     
     
     

                                Mon, July 20th, 2009

     

     

     

     

                                                            

                                                                  On This Day:

     

          514: St Hormisdas begins his reign as Catholic Pope

        1773: Scottish settlers arrive at Pictou in Nova Scotia (Canada)

        1810: Colombia declares its independence from Spain

        1868: Tax stamps are first used on cigarettes

        1871: British Columbia becomes the 6th Canadian province

          1881: Sioux Indian leader Sitting Bull, a fugitive since the Battle of the Little Big Horn

                        (“Custer's Last Stand”), surrendered to federal troops

        1944: President Franklin Delano Roosevelt is nominated for an unprecedented 4th term of office

                        at the Democratic convention in Chicago

        1944: U.S. invades Japanese-occupied Guam in WW II

        1944: Von Stauffenberg leads a failed attempt by a group of German officials to assassinate Adolf Hitler

                        (a bomb explosion at Hitler's Rastenburg headquarters only wounds him)

        1951: Jordan's King Abdullah Ibn Hussein is assassinated in Jerusalem.

        1956: France recognizes Tunisia's independence

        1960: The first submerged submarine fires the Polaris missile (USS George Washington)

        1969: The first men land on the Moon, aboard Apollo 11 at 09:18 GMT

                        (Neil Armstrong & Edwin Aldrin first step onto the moon at 02:56:15 GMT

                        and establish Tranquility Base. “It's one small step for a man, one giant leap for mankind”)

        1974: Turkey invades Cyprus

        1976: The Viking 1 space probe makes the first successful landing on Mars at Chryse Planitia

                        (it remains there doing tests for 6-1/2 years)

        1977: A flash flood hits Johnstown PA, killing 80 people and causing $350 million in damages

        1982: Bombs planted by the Irish Republican Army explode in two London parks

        1984: Uwe Hohn, of East Germany, throws the javelin for a record 104.8 m

        1992: Vaclav Havel, the playwright who led the Velvet Revolution against communism,

                        steps down as president of Czechoslovakia

        1994: Bosnian Serbs reject an international peace plan

                        sponsored by the U.S., Russia, France, Britain and Germany

        1999: After 38 years at the bottom of the Atlantic,

                        astronaut Gus Grissom's Liberty Bell 7 Mercury capsule is lifted to the surface

     

     

     

     

                             Born On This Day:

     

        1519: Innocent IX, 230th Roman Catholic pope (1591) (490 years ago)

        1785: Mahmud II, Ottoman sultan, Westernizer, reformer (224 years ago)

        1864: Erik Karlfeldt, Sweden, poet (Nobel 1918-refused; 1931-posthumous) (145 years ago)

        1919: Sir Edmund Hillary, one of first 2 men to scale Mt Everest (90 years ago)

        1938: Diana Rigg, Doncaster England, actress (Emma Peel-Avengers, Hospital) (71 years ago)

        1938: Natalie Wood, (Natasha Gurdin), SF, (Gypsy, Rebel Without a Cause) (71 years ago)

        1947: Carlos Santana, Mexico, musician (Santana-Black Magic Woman) (62 years ago)

        1947: Gerd Binnig, Frankfurt, physicist (tunneling microscope-Nobel 1986) (62 years ago)

        1956: Mima Jausovec, Yugoslavia, tennis player (French Open-1977) (53 years ago)

     

     

     

     

                                                                                                      Today Is:

       

                                          (Columbia-1819, Tunisia-1956) Independence Day/Dia de la Independencia

                                          (Sweden) Margareta name day

       

     

     

     

     

     

                                There are 164 days left in this year.  

     

     

     

     

     

     

    โรแมนติค ดรามา

     
     
                                                                                    เส้นทางแห่งรัก
     
     
     
     
     
     
     

                                                       ปีนั้นคือ ค.ศ. ๑๙๗๖   เวียดกงบุกเข้าไซ่ง่อน    ผู้บริหารเวียดนามใต้บินหนีออกจากประเทศ

               อเมริกาถอนทัพจากเวียดนาม   เวียดนามรวามประเทศเป็นหนึ่งเดียว 

                   หลังจากถูกมหาอำนาจจับแบ่งแยกเป็นนาน     ทุกคนหวั่นไหวกับชะตาชีวิตของญาติตนในเวียดนาม

               โดยเฉพาะพวกที่เป็นนายทุนและคบค้าทำมาหากินกับอเมริกา

                                                   
    วีรวัฒน์ตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้เหม่หลิง  แล้วถามเธอว่า
                                                   
    ครอบครัวคุณเป็นอย่างไรบ้าง"
                                                    เธอหันมามองทำหน้าไม่รู้จัก  แต่เธอก็ตอบว่า
                                                   
    พ่อแม่ฉัน  น้องฉันมาอยู่อเมริกาได้หกเดือนแล้ว   เหลือแต่คุณปู่กับคุณย่า

                อยู่บ้านนอก  ไม่รู้จะอยู่อย่างไร    เอ้อ ... คุณเป็นคนเวียดนามเหมือนกันเรอะ"
                                                   
    เปล่า  ผมเป็นคนไทย   ประเทศที่อเมริกาใช้เป็นฐานทัพในการโจมตีเวียดนามนั่นแหละ

                คุณมาอยู่ที่นี่นานหรือยัง"
                                                   
    มาตั้งแต่เรียนปริญญาตรี   พ่อให้มาเรียน  และให้มาดูลู่ทางด้วย
                   
    เพราะพ่อทำโรงแรมให้ทหารอเมริกันเช่า  กะว่าถ้าพลาดพลั้งอย่างไร  คงอพยพมาอยู่ที่นี่กันได้
                    หกเดือนที่แล้วพ่อเห็นไม่ไหว  เลยยกกิจการให้ลูกน้องดูแล   แล้วเดินทางมาที่นี่พร้อมกับแม่และน้องอีกสองคน"

                                                                   
    แล้วตอนนี้  พวกคุณอยู่กันยังไง"
                                                              
    ฉันเปิดร้านอาหารจีนมาได้ปีหนึ่งแล้ว  พอพวกเขามาก็มาช่วยกันในร้าน  พออยู่ได้"
                                                                  
    คุณไม่ได้เรียนที่นี่เหรอ"
                                                                  
    ฉันเรียนปริญญาเอกที่นี่ด้านบริหารการศึกษา   คุณล่ะเป็นใคร  มาถึงถามได้ถามเอา"
                                                                   
    ผมเรียน เอ็ม.บี.เอ. มาอยู่ได้เทอมหนึ่งแล้ว   พอดีมีคนไปชวนมาเข้าชมรม  ก็เลยมา 

                แต่ไม่เคยเจอคุณเลย  เพิ่งเจอครั้งนี้แหละ"
                                                               
    ฉันไม่ค่อยว่าง  ไหนจะเรียนไหนจะทำร้านอาหาร    เออ ... ว่างๆ ไปอุดหนุนหน่อยซิ

                ร้านฉันอยู่ในไชน่าทาวน์  ชื่อร้านเรดแดรกอน"
                                                                  
    พ่อแม่ผมตั้งชื่อผมว่า สมอลแดรกอน    คุณเรียกผมว่าหลงก็แล้วกัน
                    ผมจะพาเพื่อนคนไทยไปทานอาหารร้านคุณ

                                                              
    ขอบคุณ"
                                                                  คุยกันถูกคอพักใหญ่  ก็ได้เวลาทานอาหาร

                                                                
    เหม่หลิงเป็นคนผอมบาง  ความสวยปานกลาง   หน้าตามีแววกังวล
                    แต่สายตาของเธอแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่ฝังลึกอยู่ภายใน
                    ผมเคยถามวีรวัฒน์ในภายหลังว่า  ชอบเธอตรงไหน
                    เขาตอบว่าไม่ได้ชอบตรงไหนหรอก   พิจารณาโดยองค์รวมแล้ว  คิดว่าเป็นคู่ชีวิตได้
                    แต่ที่สะกดให้เขาตกตะลึงก็คือดวงตานี่แหละ
                                                                
    ตาของเหม่หลิงเหมือนวิไลยังไงยังงั้น"

                                                              วิไลคือ  ผู้หญิงรั้วแม่โดมคนหนึ่ง  ที่ไอ้วัดเคยชอบ   เธออยู่คณะเศรษฐศาสตร์
                    ส่วนไอ้วัดเรียนอยู่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี     วัดเคยพูดกับเธอไม่กี่ครั้ง
                    แต่เห็นว่าความรักคงเป็นไปไม่ได้   ก็เลยเลิกจีบ
                                                   วิไล คือ คุณวิไลลดา   บุตรสาวท่านทูตประจำออสเตรเลีย
                    ส่วนไอ้วัดเป็นลูกเจ๊ก   พ่อแม่ขายของอยู่ตลาดบางรัก
                                                               
    ผมไม่รู้จักวิไล   แต่วัดก็เคยเล่าให้ผมฟังสองสามครั้งเมื่อเริ่มสนิทกัน

                    ตอนที่เรียนอยู่ที่ฟิลาเดลเฟีย    เท่าที่ฟังจากไอ้วัดดวงตาเธอเหมือนมีมนต์สะกด
                                                   แล้วไอ้วัดก็มาเจอดวงตาแบบเดียวกัน  ที่เหม่หลิงนี่แหละ 


      

     

                                                                                  
                               (ความรักของวีรวัฒน์จะสมหวังหรือไม่    เหม่หลิงจะกลับไปตกระกำลำบากที่เวียดนามหรือไร

                                            ขอเชิญติดตามชมตอนจบฉบับหน้าครับ)  


     


                                                                 ในหนังสือเล่มที่ ๑  เขียนไว้อย่างนี้จริงๆ ครับ    ได้เวลาพักแล้ว
                                                              ผมต้องขอลุกจากที่นั่งไปห้องน้ำสักหน่อย    อาจจะหาของขบเคี้ยวมาด้วย

                                                           ช้าหน่อยคงไม่เป็นไรนะ    หนังยังไม่ฉาย ผู้ตัดต่อ เอ๊ย ผู้เรียบเรียงครับ    (ฮิ    ฮิ) 

     




                                                                                              Intermission 

     

     

     

     

     

    โรแมนติค ดรามา

     
     
                                                                            เส้นทางแห่งรัก
     
     
     
     
     
     
     

                                                         ชมรมนักศึกษาจีนในมหาวิทยาลัยแห่งเพ็นซิลเวเนีย   ออกล่าหาสมาชิก
                    ใครที่หน้าออกตี๋ๆ เป็นโดนจีบไปเป็นสมาชิกทั้งสิ้น
                    ทีแรกวีรวัฒน์เซย์โนๆ บอก ไอแอมฟรอมไทยแลนด์   เพื่อนฟังเป็นไทหวัน
                    เลยส่งภาษาจีนกลางล้งเล้งๆ กับไอ้วัด    มันได้แต่ทำหน้าปูเลี่ยนๆ
                    แล้วเขียนใส่กระดาษให้ไอ้หมอนั่นว่า 
    “THAILAND”    ไอ้หมอนั่นจึงได้หยุดพูด
                       
    แต่แล้วก็บอกว่าถึงยูมาจากไทยแลนด์   ยูก็มีเชื้อจีนเหมือนกันละน่า  หน้าตาบอกยี่ห้อ
                    ยูพูดภาษาจีนได้บ้างไหมล่ะ    ไอ้วัดบอกว่า  พูดได้แต่ภาษาเตี่ยจิว  (แต้จิ๋ว)
                    ไอ้หมอนั่นไม่รู้ว่าภาษาเตี่ยจิวเป็นยังไง   หันไปถามสาวน้อยที่มาด้วยกัน
                        ซึ่งรู้ภายหลังว่ามาจากสิงคโปร์    สาวเจ้าก็บอกว่าเตี่ยจิวก็ภาษา
    เฉาโจว" ไงล่ะ
                          คนกวางตุ้งเรียกว่า
    ฉิ่วเจ๊า"
       แล้วสาวน้อยก็พูดแต้จิ๋วแบบสิงคโปร์กับไอ้วัด
                    ไอ้วัดชักปลื้มถามว่า  ยูก็เป็นแต้จิ๋วเหมือนกันเหรอ
                    สาวเจ้าก็บอกว่าใช่   ที่สิงคโปร์มีคนแต้จิ๋วเยอะเหมือนกัน

                                                                   
    ไอ้วัดพูดภาษาแต้จิ๋วเป็นมาแต่อ้อนแต่ออก
                        รู้ว่าภาษาตัวเองเรียกว่า
    เตี่ยจิว"   แต่ไม่ยักกะรู้ว่าจีนกลางเรียก เฉาโจว"

                    และกวางตุ้งเรียก
    ฉิ่วเจ๊า" เลยชักปลื้ม   ยอมสมัครเป็นสมาชิกชมรมนักศึกษาจีนตั้งแต่บัดนั้น



                                                                 
    ครั้นถึงวันชุมนุมเลี้ยงสังสรรค์
                    กรรมการจัดงานบอกมาว่า  ให้แต่งชุดประจำชาติที่ตนเองมีภูมิลำเนาอยู่
                    และเตรียมเล่าเรื่องเกี่ยวกับคนจีนในประเทศตนสักห้านาที   ให้เพื่อนร่วมเชื้อชาติฟัง
                    เจ้าวีรวัฒน์จัดแจงงัดชุดพระราชทานชุดใหญ่ที่เตรียมไปจากกรุงเทพฯ ออกมา
                    เป็นชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนแขนยาว   มีผ้าคาดเอวสวยงาม
                    เพื่อนหญิงชาวไทยอีกคนก็แต่งชุดพระราชนิยมสีแดงเลื่อมทองสวยมาก
                    ทั้งสองคนออกไปเดินโชว์ร่วมกับเพื่อนชาวจีนจากประเทศต่างๆ    ห้องรับรองของหอสมุดมหาวิทยาลัย
                    จนเกือบจบชุดโชว์เสื้อผ้าประจำชาติแล้วก็มีสาวหมวยนางหนึ่งแต่งชุดเวียดนามกระหืดกระหอบมาถึง
                    พิธีกรในงานจึงประกาศว่ายังมีชุดประจำชาติเวียดนามอีกชุดหนึ่งที่ยังไม่ได้โชว์
                    เนื่องจากเธอเพิ่งเดินทางมาถึง   ขอให้เธอพักผ่อนสักครู่ก่อน  แล้วจึงออกมาเดินให้ชม

                                                   
    ไอ้วัดมองหน้าสาวจีนจากเวียดนามคนนั้นแล้วตกตะลึงเหมือนกามเทพแผลงศร
                    เขาตกหลุมรักเธอทันที   ยืนค้างอยู่ข้างเวทีเหมือนต้องมนต์สะกด

                                                   
    หลังจากพิธีกรกล่าวอะไรเพิ่มเติมเป็นการฆ่าเวลาสักครู่หนึ่งแล้ว
                    เธอก็ประกาศว่า  คุณเหม่หลิงจากเวียดนามจะเป็นผู้แสดงแบบเสื้อประจำชาติ
                    ที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่ให้ชมเป็นชาติสุดท้ายตามลำดับตัวอักษร 
                    หลังประกาศจบ  สาวเจ้านามเหม่หลิงก็เยื้องย่างร่างกายมากลางเวที
                    หมุนตัวให้คนได้ชื่นชมชุดประจำชาติ   แล้วเธอก็เดินไปที่ไมโครโฟนพร้อมกับประกาศว่า
                                                   
    ครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ดิฉันสวมใส่ชุดประจำชาติของเวียดนาม
                 เพราะเพิ่งทราบจากข่าวโทรทัศน์เมื่อสักครู่ว่ากรุงไซ่ง่อนแตกแล้ว


                                                    เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีทั่วทั้งห้อง
                    ในห้องนั้นมีชาวจีนที่มาจากเวียดนามไม่น้อย   เสียงฟังไม่ได้ศัพท์
                    จนประธานชมรม
    สาวใหญ่ชาวจีนซึ่งเป็นอาจารย์ในภาควิชาภาษาจีนขึ้นกล่าวประกาศว่า
                                                   
    ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ    เชื่อว่ารัฐบาลอเมริกันคงดำเนินการอะไรสักอย่างไปในทางที่ดีได้

     

     

     

     

     

     

    โรแมนติค ดรามา

     
     
                                                                                  เส้นทางแห่งรัก
     
     
     
     
     
     
     

                                                                     หลง"  เป็นชื่อที่เจ้าตัวตั้งขึ้นเองในภายหลัง
                ชื่อจริงชื่อวีรวัฒน์  นามสกุลอะไรอย่าไปรู้เลย    วีรวัฒน์เป็นเด็กลูกแม่โดม  เรียนเก่ง
                ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง   สอบชิงทุนของธนาคารเอกชนแห่งหนึ่งได้ไปเรียนปริญญาโทบริหารธุรกิจ

                    
    หรือ เอ็ม.บี.เอ. ที่นี่   จบแล้วก็ต้องกลับมาทำงานรับใช้เจ้าของทุนอย่างน้อยสามเท่าของเวลาที่ใช้ไปในการเรียน
                 วีรวัฒน์เป็นคนจีนแต้จิ๋ว   บ้านอยู่แถวตลาดบางรัก   พ่อแม่ตั้งชื่อจีนให้ว่า  "เสี่ยวเล้ง"

                 แปลว่า เจ้ามังกรน้อย   แต่เรียกกันสั้นๆ ว่าไอ้เล้ง
                    
    เมื่อไปอยู่อเมริกา  มันเลยบอกเพื่อนๆ ที่เป็นชาวจีนว่ามันชื่อหลง
                 ตามสำเนียงแมนดารินหรือจีนกลางที่แปลว่ามังกร   แต่เพื่อนคนไทยเรียกมันว่า 
    ไอ้วัด"

                                                               ตอนเรียนอยู่ปีหนึ่ง   วีรวัฒน์เรียนอย่างขยันขันแข็งเป็นอันมาก
                 เพราะฟังเล็คเชอร์ของอาจารย์ไม่ค่อยจะเข้าใจ    ยิ่งเจออาจารย์ที่มาจากอิสราเอลและรัสเซียด้วยแล้ว
                 ไอ้วัดแทบยกธงขาว   เพราะฟังไม่รู้เรื่องเอาซะเลย   ขนาดมันสอบโทเฟลได้เกือบหกร้อย
                 ยังฟังอาจารย์ฝรั่งพูดเหมือนน้ำรดหัวตอ    แต่อาศัยว่าเทอมแรกลงวิชาคำนวณไว้เยอะหน่อย
                 เพราะมีพื้นฐานคำนวณดี  ก็เลยรอดตัวไป 
                 เทอมสองพอฟังฝรั่งพูดรู้เรื่องแล้ว   จึงเลือกเรียนวิชาที่เน้นฟังเล็คเชอร์
                 แถมยังต้องมีการอภิปรายในชั้นเรียน  เช่น  วิชาด้านการตลาด    การจัดการ  ฯลฯ  ต่อไป

                                                                       ช่วงเทอมสองนี่เอง   ที่หลงพบกับหลิง

     

     

     

     

     

     

     

    โรแมนติค ดรามา

     


                                                                                เส้นทางแห่งรัก




                 ต่วย
    ตูน   ปีที่ ๓๗   เล่มที่ ๑ และ ๒                                                                       ทรงเกียรติ   อิศเรศ   เขียน
                 ปักษ์แรกและปักษ์หลัง
    กันยายน  ๒๕๕๐                                                                              (ขออนุญาตอีกครั้งนะครับ)



        

                                                       . . . . . . . . . . . . . . .
                                                          . . . . . . . . . . . . . . .

                                                                         ผมเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ลูกสาวฟัง
                                                                         ลูกสาวร้องว่า  โห ... ยังกะละคร
                                                                         ผมเกทับว่าเรื่องนี้ธรรมดามาก
                                                                         อยากฟังเรื่องที่ยิ่งกว่าละครไหม

                                                                                                                                           
    . . . . . . . . . . . . . . .
                                                                                                                          . . . . . . . . . . . . . . .


                                                                                              
    ลูกสาวผมบอกชีวิตโหดร้ายจัง
                                                       ผมจึงบอกว่า  ชีวิตจริงมันยิ่งกว่านิยายหลายร้อยเท่า
                                                            แต่ถ้าจะให้เน่าสุดๆ ต้องเรื่อง   หลงกับหลิง 



     


                                                    งานมงคลสมรสของ หลงกับหลิง    จัดขึ้นที่โบสถ์คริสต์แห่งหนึ่งบนถนนคอนแวนต์
                    พิธีเป็นไปอย่างขรึมขลังศักดิ์สิทธิ์   อิ่มเอมและเป็นคำมั่นสัญญาต่อหน้าองค์พระเยซูคริสต์เจ้า
                    แต่สิ่งที่ผมเห็นทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งแห่งหัวใจของคู่บ่าวสาว    ทำให้ผมเหมือนอยู่ในสรวงสวรรค์
                    วิมานแมนที่มีนางฟ้าและเทพบุตรมีปีกอยู่ในชุดสีขาว   ขับกล่อมเพลงแห่งรัก
                    และโปรยปรายกลีบดอกไม้บนปุยเมฆขาว   ฉันใดฉันนั้น

                                                               เมื่อบ่าวสาวจุมพิตกัน  ผมแลเห็นหยาดน้ำตาไหลลงอาบแก้มเป็นทางของคนทั้งสอง
                    มันไม่ใช่เป็นเพียงหยาดน้ำตาแห่งความปีติของความรักอันสมหวังเท่านั้น
                    แต่มันหมายถึงกาลเวลาแห่งการรอคอยด้วยความอดทนสิ้นสุดลงแล้ว
                    ปรารถนาแห่งรักของสองเธอได้มาบรรจบกันเสียที

                                                              ความรักของคู่บ่าวสาวไม่ต้องฟันฝ่าอุปสรรค  ไม่มีมือที่สามเข้ามาสอดแทรก
                    ไม่มีญาติผู้ใหญ่เที่ยวคอยมาห้ามปราม
                    มีแต่กาลเวลาที่จืดชืด  ทอดชีวิตรักเธอทั้งสองให้ค่อยๆ ถูกกลืนกินไปในอากาศ
                    เหมือนเสียงเพลงตอนใกล้จบที่ค่อยๆ เบาลง - เบาลงจนจางหายไปในที่สุด
                                                    เหลือแต่ความอดทนเท่านั้นที่รอคอยความมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้น
                                                    แต่ก่อนที่เสียงเพลงแห่งรักจะจางหายไปจนถึงโน๊ตสุดท้าย
                    มันกลับดังขึ้นมาด้วยคีตลีลาและท่วงทำนองเหมือนต้นบทเพลงย้อนกลับมาอีกครั้ง
                                                    คราวนี้เพิ่มอารณ์และความรู้สึกแห่งรักให้ย้อนกลับมา
                                                                      มากขึ้นสิบเท่าร้อยเท่า . . . . . . .





     

     


                                         เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้    วีรวัฒน์ โทรมาหาผมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นสุดขีด  
             ไอ้เบี้ยว  เหลือเชื่อโว้ย  เหลือเชื่อ"
                                       
      อะไรเหลือเชื่อ  ไอ้วัด"
      ผมงงงันกับน้ำเสียงของวีรวัฒน์  เพื่อนเลิฟของผม
                                                   
    หลิง  -  หลิง"  น้ำเสียงกระหืดกระหอบ  หลิงอยู่ที่เวียดนาม"

                                                   
    เอ็งอย่าบอกนะว่า  โทรมาจากเวียดนาม"

                                        
    ข้าอยู่ฮานอย"  น้ำเสียงไม่มีท่าทีคลายความตื่นเต้นเลย
                       
    จำได้ไหม  ที่ข้าเคยเล่าให้ฟังว่าโรงกลั่นน้ำมันที่บริษัทข้าจะไปสร้างน่ะ  ถูกต่อต้าน 
                       เอ็งยังหัวเราะใส่ข้าเลย

                                       
    แล้วไง"
                                       
    หลิงเป็นหัวหน้า"
                                       
    หลิงไหน"
                                       
    หลิงไหน"  มันตะโกนใส่โทรศัพท์
                   
    มึงจำไม่ได้แล้วเหรอ   เหม่หลิงไง  เหม่หลิง  ที่เคยเรียนอยู่ที่ยูเพ็นไง"

                                                   
    “เ
    ฮ้ย!   ป็นไปได้ไง!”  ผมตะโกนบ้าง
                                                   
    เธอยังโสดอยู่โว้ย"
      ไอ้วัดตะโกนกลับมา


                                                        
    สมัยที่ผมไปเป็นกะเหรี่ยงอยู่ในอเมริกา
                    ผมพักอยู่ในเมืองที่ เบ็นจามิน  แฟรงกลิน เป็นเทพเจ้า    จำลุงเบ็นได้ไหมครับ
                    คนที่ชักว่าวตอนฝนตกเพื่อพิสูจน์ว่าบนเมฆมีประจุไฟฟ้านั่นแหละ
                    ใครอยากรู้เรื่องอังเคิลเบ็นมากกว่านี้   กรุณาหาอ่านได้ตามสะดวก
                    เพราะผมจะเล่าเรื่อง 
    หลงกับหลิง"


                                                    ในเมืองฟิลาเดลเฟีย
                    นอกจากมีสถานที่ต่างๆ ตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่เบ็นจามิน  แฟรงกลิน หลายแห่งแล้ว
                    ยังเป็นชื่อสนามกีฬาของมหา
    ลัยแห่งเพ็นซิลเวเนียด้วย
                    มหา
    ลัยแห่งนี้  เป็นหนึ่งในแปดสถาบันการศึกษาที่เป็น ตำนาน" ของสหรัฐอเมริกา
                         ที่มีชื่อเรียกรวมๆ กันว่า
    ไอวี่ลีก"
        ผมน่ะ ไอ.คิว. ไม่ถึงขั้นเรียนระดับไอวี่ลีกหรอก
                    แต่วีรวัฒน์หรือไอ้วัดซิ   มันเรียนที่นี่    ในเมืองนี้มีมหาวิทยาลัยชั้นนำอีกสองสามแห่ง
                    เด็กไทยที่เรียนอยู่ในเมืองนี้รวมๆ กันไม่มาก   ส่วนใหญ่ก็มักคุ้นเคยกันไม่มากก็น้อย

     

     

     

     

     

     

     

    Small Tip

     
     
                                                  
                                                                                          Small  Tip
     
     
     
     
     
     
     
     
             ตัดเล็บแล้วเศษเล็บกระเด็นกระจายทุกที
     
                 ทำยังไงดี?
     
      
     
       
         ทำยังไงดี? >> http://reidiary.exteen.com/20090719/small-tip 
     
     
                                  เก็บเนยแข็งไว้ในช่องฟรีซตู้เย็น

                           เอาออกมาจะกินแข็งโป๊กเลย  ต้องรอนานจนหายอยาก
     
            
     
     
     
     

    บางตอนจากพุทธประวัติสำหรับนักศึกษา ของท่านพุทธทาสภิกขุ

     
     

                                                                                                                     แลอักษร

     


     


                              ขณะที่นายฉันนะออกไปเตรียมผูกม้าอยู่นั้น   เจ้าชายสิทธัตถะทรงดำริว่า
              
    พระองค์ควรเสด็จไปดูพระโอรสเพิ่งประสูติของพระองค์เสียสักครั้งหนึ่ง   ก่อนแต่ที่จะออกไป
            ดังนั้น  พระองค์จึงได้เสด็จไปยังห้องเป็นที่บรรทมของพระชายาและพระโอรส
               เมื่อเสด็จไปถึง  ก็ได้ทรงเห็นว่าพระชายากำลังบรรทมหลับ  วางพระหัตถ์กกพระโอรสของพระองค์ไว้อย่างแนบสนิท

            พระองค์ทรงรำพึงว่า  "ถ้าเราจักยกพระหัตถ์ของพระเทวีขึ้น  พระนางก็จะตื่นบรรทม   ถ้าพระนางตื่นบรรทม 

            ก็จักทรงขัดขวางการออกไปของเรา    เราจักต้องไปบัดนี้แล้ว   เมื่อใด  เราได้พบสิ่งซึ่งเราแสวงหาแล้ว  

            จึงค่อยกลับมาเยี่ยมลูกน้อย  และแม่ของเขา"  ดั่งนี้

                                                     เจ้าชายได้เสด็จออกจากพระตำหนักอย่างเงียบกริบ   จนไม่มีผู้ใดตื่นขึ้นเห็นเหตุการณ์

                   ในท่ามกลางความสงัดเงียบแห่งเที่ยงคืนนั้น    พระองค์ทรงขึ้นประทับบนหลังม้ากัณฐกะซึ่งเป็นม้าแสนรู้ 

                   รู้จักระมัดระวังไม่ส่งเสียงดังอย่างเดียวกัน    พระองค์มีนายฉันนะจับหางม้ากัณฐกะ  ได้เสด็จไปสู่ประตูนคร

                   และทรงผ่านออกไปได้โดยไม่มีใครขัดขวาง   พลางขับม้าหนีห่างจากบุคคลทั้งหลายซึ่งทุกคนก็ยังพากัน

                   มีความจงรักภักดีในพระองค์อยู่


                                                         เมื่อพระองค์เสด็จไปได้หน่อยหนึ่ง  ก็ทรงชักม้าให้เหลียวกลับ

                                                       ประทับนิ่งทอดพระเนตรย้อนมาเป็นครั้งสุดท้ายสู่นครกบิลพัสดุ์

                                                ในท่ามกลางแห่งแสงจันทร์ซึ่งบัดนี้  ผู้คนกำลังพากันหลับสนิทสงบเงียบ

                                                          ในขณะที่เจ้าชายแห่งนครของมันเอง  กำลังจะเสด็จจากไป

                                                                อย่างไม่อาจจะทราบได้ว่าเมื่อไร  จะได้กลับมาเห็นอีก . . . .

     

     

     

                                                  นายฉันนะ  ไม่สามารถจะฝ่าฝืนพระบัญชาแห่งเจ้านายของตนได้
               ดังนั้น  ทั้งๆ ที่มีหัวใจอันเหี่ยวแห้งและร่ำไห้อยู่ตลอดเวลา   เขาก็จำต้องก้าวย่างกลับไป    ไปตามถนนสู่นคร 

               เขาจูงม้ากัณฐกะพร้อมทั้งนำเครื่องประดับของเจ้าชายกลับไปถึงนคร   แจ้งข่าวแก่คนทั้งหลายว่า

               เจ้าชาย  ซึ่งเป็นเจ้านายสุดที่รัก  อันพวกเขาได้พากันทะนุถนอมมาจนถึงที่สุดนั้น   บัดนี้  ได้สละพระชนกชนนี 

               พระชายาและพระโอรส  รวมทั้งอาณาจักรไว้เบื้องหลัง   เสด็จไปเป็นนักบวชผู้ไร้บ้านเรือนโดยประการทั้งปวงแล้ว

     


                                         เจ้าชายสิทธัตถะโคตมะ แห่งศากยวงศ์  ผู้ทรงมีพระชนมายุ  ๒๙  ปี  ยังทรงอยู่ในวัยหนุ่ม

        มีผมอันดำสนิท   ประกอบไปด้วยพละกำลังของคนหนุ่ม  ได้เสด็จออกจากเรือนสู่ความเป็นผู้ไม่มีเรือน 

        เพื่อทรงแสวงหาหนทางที่จะทำให้พระองค์และคนทั้งปวงประสพชัยชนะ  อยู่เหนือความเจ็บไข้  ความทุกข์โศก

        และความยากเข็ญทั้งปวง  ด้วยอาการอย่างนี้

     

     

     

     

     

     

    Today In The Past

     
     

                                       Fri, July 17th, 2009

      

     

     

     

     

                                                                 On This Day:

     

          561: John III begins his reign as Catholic Pope

          855: St Leo IV ends his reign as Catholic Pope

        1549: Jews are expelled from Ghent in Belgium

        1794: The first U.S. African church opens (Philadelphia)

        1821: Spain cedes Florida to the U.S.

        1841: British humor magazine “Punch” is first published

        1850: Harvard Observatory takes the first photograph of a star (Vega)

        1861: The U.S. Congress authorizes printing of paper money

        1867: The first permanent university dental school in the U.S. (Harvard)

        1879: Hawaii's first railroad begins operating

        1898: The Spanish-American War ends: Spain surrenders to the U.S. at Santiago Cuba

        1944: Two ammunition ships explode at Port Chicago California, killing 322 people

        1945: The Potsdam Conference (FDR, Stalin, Churchill) holds first meeting

        1946: Resistance leader Mikhailovich is executed by the Tito regime in Yugoslavia

        1948: The Republic of (South) Korea is founded (constitution proclaimed)

        1954: Construction begins on Disneyland in California

        1955: Arco Idaho becomes the first U.S. city to be lit by nuclear power

        1955: Disneyland opens its doors in rural Orange County CA

        1959: Dr. Leakey discovers the then-oldest human skull (600,000 years old)

        1959: Tibet abolishes serfdom

        1962: Robert White sets altitude record of 108 km (354,300 ft) in the X-15

        1964: Don Campbell sets the record for a turbine vehicle (690.91 kph - 429.31 mph)

        1966: Jim Ryun sets world's record for the mile run (3 minutes, 51.3 seconds)

        1968: Revolt in Iraq

        1972: The first two women begin their training as FBI agents at Quantico

        1974: The first quadrophonic studio in the UK is opened by the Moody Blues

        1974: John Lennon is ordered to leave the U.S. in 60 days

        1975: Apollo 18 & Soyuz 19 make the first U.S./USSR linkup in space

        1979: Nicaraguan President Anastasio Somoza resigns and flees into exile in Miami

        1979: Sebastian Coe runs the mile in a world record 3:49 in Oslo

        1981: Humbar Estuary Bridge opens in the UK (world's longest span - 1.4 km)

        1981: The two Lobby Walkways, at Kansas City's Hyatt Regency,

                        collapse, killing 114 people and injuring 200

        1989: The B-2 “Stealth” bomber makes its first flight

        1996: TWA Flight 800, a Boeing 747 bound for Paris, explodes,

                        crashing in the Atlantic off Long Island NY,

                        shortly after leaving John F. Kennedy International Airport (all 230 people aboard are killed)

           1997: After 117 years or operations, the Woolworth Corporation

                        closes its last 400 “five-and-dime” stores, laying off 9,200 employees

     

     

     

     

                            Born On This Day:

     

        1487: Esma'il I, shah who converted Iran from Sunni to Shi'ah (522 years ago)

        1888: Shmuel Agnon, Israel, novelist (Day Before Yesterday-Nobel 1966) (121 years ago)

        1909: Hardy Amies, London England, royal dressmaker (Queen Elizabeth II) (100 years ago)

        1934: Donald Sutherland, Canada, actor (M*A*S*H, Body Snatchers) (75 years ago)

        1935: Diahann Carroll, Bronx, actress (Julia, Claudine, Dominique-Dynasty) (74 years ago)

        1952: David Hasselhoff, Baltimore MD, actor/singer (Baywatch, Night Rider) (57 years ago)

     

     

     

     

                                                                                                             Today Is:

       

                                                                                    (Iraq) Revolution Day/National Day (1968)

                                                                                    (Puerto Rico) Muoz Rivera Day (1859)

                                                                                    (South Korea) Constitution Day (1948)

       

     

     

     

     

                                     There are 167 days left in this year. 

     

     

     

     

     

     

     

     

                                                            พุทธศาสนสุภาษิต :   บุคคลควรเตือนกัน  ควรสอนกัน  และป้องกันจากคนไม่ดี

                                                                             เพราะเขาย่อมเป็นที่รักของคนดี  แต่ไม่เป็นที่รักของคนไม่ดี

     

                                                                                                โอวเทยฺยานุสาเสยฺย   อสพฺภา จ นิวารเย

                                                                                                                               สตํ หิ โส ปิโย โหติ   อสตํ โหติ อปฺปิโย

     

     

     

    เส้นทางแห่งรัก


                                                                                    โรแมนติค  ดรามา



                                                                                   

                                                                                   ผมค้นหนังสือต่วย ตูนเล่มเก่าๆ ขึ้นมา     ตั้งใจจะหาเรื่องสนุกขำขันมาอ่าน
                                      
    แต่ไม่พบเรื่องโจ๊กที่ถูกใจ     ก็เลยพลิกๆ ดูในเล่มว่ามีอะไรชวนอ่านบ้าง

                                                              
    ไปถูกอกถูกใจซาบซึ้ง  (ว่าเข้านั่น)  กับรักโรแมนติกเข้าเรื่องหนึ่ง
                    เรารู้สึกว่าชอบก็เมื่อเรื่องกำลังดำเนินไปแล้วยังไม่จบ    ต้องอ่านต่อเล่มถัดไป
                    และเราก็ยอมไปค้นหาเล่มนั้นมาอ่านให้จบ 
                    จะว่าไปเรื่องรักโรแมนติกเรื่องไหนๆ ก็มีแนวคล้ายๆ กัน   (แค่ความเห็นส่วนตัวครับ)
                    อย่างหนัง (ภาพยนตร์) ซีรี่ย์เกาหลี   จีน  หรือญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยม
                    ได้ชมหรือได้อ่านแล้วก็สดชื่นรื่นรมย์ดี   (ถ้าจบแบบแฮ็ปปี้เอนดิ้ง)
                    ถ้าใครชื่นชอบ เป็นคอหนังประเภทนี้ก็สามารถดูได้บ่อยและหลายเรื่อง   ไม่ค่อยเบื่อ
                    ผมก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไป  ดูเรื่องโน้นบ้างเรื่องนี้บ้างหลายๆ แนว    ตามอารมณ์
                    แต่อายุไม่น้อยแล้ว   จะเอาแต่ไร้สาระก็กระไรอยู่     ไม่มีสาระเลยก็ไม่ดี
     

                                                   ตอนเป็นเด็กผมมีโอกาสได้อ่านหนังสือแนวนวนิยายเรื่องดังๆ ที่เป็นเล่ม
                    ก็ช่วงตอนปิดเทอมภาคเรียนใหญ่    ไปยืมห้องสมุดมาอ่านที่บ้าน
                    ยอมรับสารภาพว่าเรื่องเด็ดๆ ของนักเขียนดังๆ บางท่านสามารถสะกดคนอ่าน (อย่างผมคนหนึ่งล่ะ)
                    ให้สามารถอ่านทนและทนอ่านได้ชนิดที่เรียกว่า ลืมกินลืมนอน เลยทีเดียว
                    ถึงตอนไหนที่โศกเศร้าสะเทือนใจ    น้ำตาก็ไหลไปกับเรื่องราวในหนังสือด้วย
                    ผมและน้องๆ อ่านกันได้แบบข้ามวันข้ามคืน     คืออ่านอย่างสนุกสนานเพลิดเพลินมาก
                    เป็นเรื่องแต่ง    แต่ปกติผู้อ่านก็เห็นภาพเหมือนได้ชมภาพยนตร์อยู่แล้ว
                    แล้วก็อินไปกับเรื่องราวในเรื่องได้
                    คงเพราะชีวิตประจำวันของแต่ละคนมีทั้งเรื่องสนุกและไม่สนุก
                    เวลาส่วนตัวทุกคนก็อยากมีความสุขตามความชอบของตน
                    การได้ชมภาพยนตร์หรืออ่านหนังสือที่ชอบแล้วเพลิดเพลินไปกับมัน
                    จึงเป็นความสุขที่ผ่อนคลายให้ตัวเองทดแทนความไม่สนุก    ถึงแม้ว่ามันจะไร้สาระบ้างก็ตาม
                       


                                                                                     
    แถ่น  แทน  แท้น . . . .
                                 ผมกำลังพาท่านไปอ่านเรื่องรักโรแมนติกพร้อมกัน     ไปท่องโลกแห่งความรักกันสักพัก
                                                      
    เรื่องนี้นำมาจากหนังสือต่วย ตูน   (อีกแล้วครับท่าน)
                                    ท่านที่อ่านนวนิยายรักมากๆ หรือดูซีรี่ย์รักมากๆ มาแล้วอาจรู้สึกเฉยๆ ก็ได้นะครับ
                                                        แต่ผมไม่ค่อยได้อ่าน   รู้สึกว่าสดใสสบายอารมณ์ดี    
                               เรื่องราวก็ไม่ยาวมาก   เป็นเรื่องสั้นในพ็อคเก็ตบุ๊ค   ก็เลยขออนุญาตนำมาแบ่งกันอ่าน
                                                 เผื่อว่าท่านอาจจะพลอยรู้สึกดีมีความสุขไปพร้อมๆ กันด้วย
                                      อย่าลืมว่าควรอ่านแค่เพลินๆ นะครับตามความชอบความสุขของแต่ละคน
                                                            ตอนหน้าจะว่ากันถึงเรื่องราวและผู้แต่งครับ . . . .              

     

     

      

    Today In The Past

     
     

                                   Thu, July 16th, 2009

      

     

     

     

                                                                On This Day:

     

          463: Start of Lunar Cycle of Hilarius

          622: Origin of the Islamic Era (Muharram 1, 1 AH)

        1212: Battle of Las Navas de Tolosa: end of Moslem power in Spain

        1439: Kissing is banned in England

        1790: The U.S. Congress establishes the District of Columbia as the seat of U.S. government

        1861: First major battle of the Civil War is fought (Bull Run)

        1894: Many African American miners in Alabama are killed by striking white miners

        1894: The Treaty of Aoki-Kimberley is signed between Japan & England

        1904: Islands of the Manu'a group (Samoa) are ceded to the U.S. by their chiefs

        1912: A Naval torpedo, launched from an airplane, is patented by B.A. Fiske

        1918: Russia's Czar Nicholas II, his empress and their five children, are executed by the Bolsheviks

        1920: General Amos Fries is appointed as the first U.S. army chemical warfare chief

        1920: The U.S. wins the Davis Cup, sweeping Australia in 5 straight matches

        1926: National Geographic takes the first natural-color undersea photos

        1935: The first automatic parking meter in the U.S. is installed (Oklahoma City)

        1936: The first x-ray photo is made of arterial circulation (Rochester NY)

        1941: Joe Dimaggio goes 3 for 4, hitting in his 56th straight game

        1945: The first experimental “atomic bomb” is exploded at the “Trinity Site”

                        in White Sands Missile Range near Alamogordo NM

        1945: The USS Indianapolis sets sail for Oahu Hawaii from San Francisco,

                        carrying the atomic bomb to be dropped on Hiroshima

        1950: Uruguay beats Brazil 2-1 for soccer's 4th World Cup in Rio de Janeiro

        1957: Marine Major John Glenn flies a jet aircraft and sets the U.S. transcontinental speed record

                        (03:28:08)

        1960: 205,000 fans (a record in sports attendance) see the Brazil-Uruguay World Cup soccer game

        1961: Ralph Boston of the U.S. sets the long jump record of 27' 2”

        1962: NASA civilian test pilot Joseph A Walker takes the X-15 to 32,600 m

        1966: 73-year-old Chinese Chairman Mao Tse Tung

                        publicly swims in the Yangtze River to dispel rumors that he is ill.

        1969: Apollo 11, the first manned ship to land on the Moon, is launched with astronauts Buzz Aldrin,

                        Neil Armstrong and Michael Collins

        1979: Saddam Hussein becomes president of Iraq

        1980: Ronald Reagan is nominated as the Republican presidential candidate (Detroit)

        1981: Shukuni Sasaki spins 72 plates simultaneously

        1983: 20 people are killed in Britain's worst helicopter accident

        1985: The F-86 Sabre sets the world aircraft speed record of 1,152 kph (716 mph)

        1988: Carl Lewis runs a wind-assisted 100 m in 9.78 sec

        1988: Florence Joyner runs 100 m in the women's world record time of 10.49 seconds

        1988: Jackie Joyner-Kersee sets the women's hepathlete record of 7,215 pts

        1990: NYC's Empire State Building catches fire (no fatalities)

        1999: John F. Kennedy Jr., his wife, Carolyn, and her sister, Lauren Bessette,

                        die when the single-engine plane Kennedy is piloting plunges into the Atlantic Ocean

                        near Martha's Vineyard Massachusetts

     

     

     

     

                         Born On This Day:

     

        1872: Roald Amundsen, Norwegian explorer, discoverer of South Pole (137 years ago)

        1888: Frits Zernike, inventor of the phase-contrast microscope (Nobel 1953) (121 years ago)

        1907: Barbara Stanwyck, Brooklyn, actress (Dynasty II, Big Valley, Thorn Birds) (102 years ago)

        1911: Ginger Rogers, (Virginia McMath), Independence Mo, dancer/actress (98 years ago)

        1942: Desmond Dekker, reggae pioneer (The Aces-Israelites) (67 years ago)

        1942: Margaret Smith Court, Australia, tennis pro (1970 Grand Slam) (67 years ago)

        1963: Phoebe Cates, Manhattan NY, actress (Fast Times at Ridgemount High) (46 years ago)

     

     

     

     

                                                                                                          Today Is:

       

                                                                              (Bolivia) La Paz Day (1548)

                                                                              (Washington DC) District of Columbia Day (1790)

     

     

     

     

     

                                        There are 168 days left in this year.