suratsek's profileSURATSEK SpacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
คำคมบ่มชีวิต (ต่อ)คำคมบ่มชีวิต Words of wisdom to live by เรียบเรียงมาวันละเล็กวันละน้อย รวบรวมและแปลโดย กรุณา กุศลาสัย Update 29-03-2008 หน้า ๓๗ Four things come not back : สะเก็ดตำนานจากนครวัตสะเก็ดตำนานจากนครวัต เกร็ดความรู้เล็กๆ ที่น่าจะเรียกว่าเป็นสะเก็ดตำนานมากกว่า นำมาจากโบราณสถานนครวัตอันโด่งดัง เล่าสู่กันฟัง อ่านกันเพลินๆ คลิกอ่าน >> http://reidiary.exteen.com/20080329/entry SIEMREAP in memory SIEMREAP in memory คำคมบ่มชีวิต (ต่อ)
คำคมบ่มชีวิต "Austria" กับ "Australia"Case อยากทราบประวัติศาสตร์ ทำไมชื่อจึงพ้องกัน
1. Australia มาจากภาษาละตินว่า Australis แปลว่าทางใต้ ส่วน Austria มาจากภาษาเยอรมันว่า Osterreich ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย
ส่วนทิศตะวันออก ภาษาละตินใช้ว่า Oriens (คุณศัพท์คือ Orientalis => Oriental ในภาษาอังกฤษ)
Source: http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K6448507/K6448507.html หาเช่ามอเตอร์ไซค์ที่เชียงใหม่Case ต้องการหาร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ในตัวเมืองเชียงใหม่ ลองหาๆ เจออยู่ร้านหนึ่งชื่อ aya อยู่ตรงสถานีรถไฟเชียงใหม่ ไม่ทราบว่าแถวๆอาเขตพอมีมั๊ย
Key เคยเช่าตรงข้ามเซ็นทรัลกาดสวนแก้ว
Source: http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E6437130/E6437130.html คำคมบ่มชีวิตคำคมบ่มชีวิต Words of wisdom to live by
เรียบเรียงมาบางส่วนวันละเล็กวันละน้อย Update 21-03-2008
ท่านอาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ (เพิ่มเติม)Update เพิ่มเติม จากการค้นข้อมูลล่าสุด ขออนุญาตแนะนำเว็บไซต์ของคุณรำเพย หลานสาวแท้ๆ ที่เขียนถึงคุณยายของเธอครับ น่าสนใจมากที่ http://www.rumpuey.com/somsri_sukumonlanand/ ท่านอาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ (ตอนจบ)จบการงาน ระลึกถึงท่าน ….. อาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ จากหนังสือสารคดีชีวประวัติ สมศรี สุกุมลนันทน์ ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ระลึกถึงข้อเขียนบางข้อคิดของท่าน ชีวิตบั้นปลาย หน้า ๑๙๒ ....... เราเป็นปู่ย่าตายายที่ไม่ต้องรับภาระเรื่องเลี้ยงหลาน เพราะเราเลี้ยงลูกให้ลูกเลี้ยงตัวเองได้ เขาย่อมเลี้ยงลูกของเขาได้ ปู่ย่าตายายหลายคน ผละจากหลักเกาะใจคือลูกมาเกาะอยู่ที่หลาน พ่อแม่เขาไม่ต้องการให้เลี้ยงก็อยากเลี้ยง เลี้ยงเพราะกลัวใจตัวเองว่าจะเหงาและว้าเหว่ ต้องมีอะไรยึดเกาะ ยึดอะไรไม่ได้ยึดหลาน เอาเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ....... หน้า ๑๙๘ ....... ความสบายที่เกิดจากการไม่มีอะไรทำ หรือไม่ต้องทำอะไร ไม่ใช่ความสบาย เป็นการขาดชีวิตชีวา ....... ....... ความสบายของผู้อื่นจะเป็นอย่างไรไม่ทราบ คงมีต่างๆ กัน สำหรับดิฉัน ความสบายอยู่ที่ความรู้สึกว่าเป็นอิสระ อยากทำอะไรก็ได้ทำ ไม่อยากทำอะไรก็ไม่ต้องทำ แต่ต้องมีอะไรทำ อะไรนั้นจะเรียกว่าเป็นงานหรือเล่นก็ตามที ทำแล้วไม่เครียด ไม่เกิดโลภ โกรธ หลง เป็นใช้ได้ การไม่มีอะไรทำหรือไม่ทำอะไร เป็นโทษแก่สุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตไม่แพ้การทำงานมากเกินตัว ....... .......น้องสาวเป็นม่ายไปวัดเป็นประจำ เพื่อนของน้องสาวพูดให้ฟังว่า น้องไปวัดเพราะติดเพื่อนเท่าๆ กับไปสงบใจฟังเทศน์ฟังธรรม จะติดเพื่อนหรือติดบุคคลที่เป็นพระเป็นความหลงอย่างหนึ่ง ....... .......การไม่มีอะไรทำแล้วเข้าวัด น่าจะดีกว่าทำอย่างอื่น อย่างน้อยก็ดีแก่ใจตัวเอง ....... หน้า ๑๙๘ ....... เรื่องใหญ่ของครอบครัวไม่ว่าจะมีสภาพเช่นไร เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่เสมอ เมื่ออยู่กันสองคนตายาย งบประมาณค่าอาหารการกินลดลงอย่างเห็นถนัด คนแก่ไม่กินมากอยู่แล้ว การทำอาหารประเภทหนวดเต่า เขากระต่าย เสียเวลาและแรงงานมาก เลิกได้ ตอนทำเสียเวลาเป็นชั่วโมง ตอนกินใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที พออาหารกลืนลงคอไปแล้ว ก็ไม่ใช่อาหารที่เราประดิดประดอยทำอีกต่อไป การซื้ออาหารสดจึงเลือกซื้อสิ่งที่มีคุณค่าและเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ตามใจปากอีกต่อไป กินอาหารที่ต้มๆ ย่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดไขมันในเลือด ซึ่งพอดีเหมาะสำหรับคนทำอาหารไม่เป็น ....... หน้า ๒๐๑ ....... ดูคุณชวาลาตำน้ำพริกแล้ว ก็รู้ว่ายังเป็นผู้ชายคนเดิมที่ซื้อกระทะแล้วเรียกอ่างน้ำมารอง เพื่อจะดูว่ากระทะรั่วหรือไม่ ....... หน้า ๒๐๒ ....... การแสดงออกซึ่งความเข้าใจและซาบซึ้งในการปฏิบัติงานของภรรยา ด้วยวาจาและพฤติกรรม คือการแสดงความรักของสามีที่ภรรยาต้องการยิ่งกว่าอื่นใด ....... ....... ยินดีอยู่กับรสมือของภรรยา ถ้าภรรยาไม่ทำให้กินก็กินไม่ลง มองในแง่ที่ว่าภรรยาเป็นคนที่มีเสน่ห์ปลายจวัก ผัวรักจนตาย อาจจริง แต่ไม่แน่ว่ารักภรรยาหรือรักอาหารการกินที่ภรรยาปรนเปรอให้ มองอีกแง่หนึ่งได้ว่า สามีเห็นแก่ตัว และเห็นแก่การกินเสียจนไม่ได้คำนึงถึงภรรยาว่า ภรรยาเป็นผู้เสียสละเวลาและแรงของตนเพื่อสามี ....... หน้า ๒๐๓ ....... เสน่ห์ปลายจวัก ผัวรักจนตาย ไม่รู้ว่าใครตายกันแน่ ภรรยามีเสน่ห์จวัก ปรนเปรออาหารการกินให้สามี จนสามีตาย เพราะมีโรคอันเกิดจากการกินดีกินมาก หรือว่าภรรยาทำอาหารเก่ง ยอมเหน็ดเหนื่อยในการทำอาหารจนตัวตาย เพราะขาดการพักผ่อน ผู้หญิงถูกหลอกให้มีฝีมือในการทำกับข้าว เพื่อให้สามีรัก ขาดเสน่ห์ปลายจวักเสียแล้วเท่ากับขาดคุณสมบัติสตรีที่สำคัญ อะไรในโลกนี้จะสำคัญเท่าสามีรักเป็นไม่มี สังคมเปลี่ยน ค่านิยมเปลี่ยน เสน่ห์ปลายจวักไม่ใช่คุณสมบัติที่จำเป็นอีกต่อไป ....... หน้า ๒๐๔ ....... ต่อมามีผู้ชายคนหนึ่ง ชื่ออะไรจำไม่ได้เสียแล้ว มาติดต่อให้เขียนลงในคอลัมน์ตอบปัญหา ชื่อคอลัมน์ว่าเบญจกัลยาณี ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ไม่ได้ไปทำงานที่โรงพิมพ์เลย นั่งตอบปัญหาอยู่ที่บ้าน ไปรับจดหมายที่เข้ามาทางโรงพิมพ์ทุกเดือน ราวเดือนละไม่น้อยกว่า ๑๕๐ ฉบับ คัดเลือกตอบวันละฉบับ แต่ใช้เวลาอ่านทุกฉบับ ทีแรกคำถามเป็นไปตามชื่อของคอลัมน์ คือ เบญจกัลยาณี (ชื่อคอลัมน์ไม่ได้ตั้งเอง) เป็นเรื่องสวยๆ งามๆ อ้วนๆ ผอมๆ อะไรเทือกนั้น ตอบไปตอบมาเป็นอย่างไรไม่ทราบ คำถามขยายกว้างออกไปกลายเป็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ครอบครัว การเรือน การอาชีพ ก็สนุกกับการตอบปัญหาอยู่หลายปี ทางหนังสือพิมพ์เปลี่ยนแปลงหน้าสตรี ยุบคอลัมน์ตอบปัญหาไป ....... หน้า ๒๐๕ ..... ปัญหาที่ถามมา มักเป็นเรื่องของผู้หญิงที่มีครอบครัวมากกว่าผู้หญิงโสด อาจเดาได้ว่า การแต่งงานก่อให้เกิดปัญหามากกว่าการอยู่ตัวคนเดียว ปัญหาของการที่ผู้หญิงอยู่คนเดียวจนเลยวัยที่สมควรแต่งงาน คือ ความเหงาที่อยู่เดียวดาย แต่ปัญหาของผู้หญิงที่มีครอบครัวแล้วคือ ความไม่เป็นปกติสุขในครอบครัว ซึ่งมีมากกว่าความเหงาหลายเท่า ประจักษ์ความจริงอย่างหนึ่งว่า ไม่มีใครในโลกนี้ที่เหมือนกันจริง เพราะฉะนั้นปัญหาจึงหลากหลายไม่เหมือนกันสักราย หัวข้อตรงกัน เช่น ปัญหาอันเกิดจากสามีมีเมียน้อย สามี ภรรยาหลวง ภรรยาน้อย คนรอบข้างของทั้งสองฝ่าย กรรม วาระ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของตัวแปร ที่ทำให้ปัญหาเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เมื่อตอบปัญหา ดิฉันมองจากแง่มุมของทุกคนที่เกี่ยวข้อง นำมาซึ่งเหตุและผลของการกระทำที่เกิดขึ้นแล้ว และจะเกิดขึ้นกับแต่ละคนว่าของใครมีน้ำหนักมากกว่ากัน ความไม่ถูกต้องควรได้รับการให้อภัยหรือไม่ ถ้าจะมีการปรับเปลี่ยน การปรับเปลี่ยนนั้นต้องไม่ส่งผลกระทบที่เดือดร้อนแก่ใคร ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ให้มีผลกระทบที่เดือดร้อนน้อยที่สุด แก่คนที่ควรแก่การเห็นใจมากที่สุด ในการปลอบโยนคนนั้น ดิฉันยึดคำสอนของท่านพุทธทาสที่ว่า สุขหรือทุกข์ล้วนเป็นมายา ไม่เป็นความจริง เพราะสิ่งเดียวกัน อาจทำให้คนหนึ่งเป็นสุขและอีกคนหนึ่งเป็นทุกข์ หรือคราวนี้สุข คราวต่อไปอาจกลายเป็นทุกข์ไปก็ได้ ....... หน้า ๒๐๖ ....... ดิฉันถือว่าจดหมายทุกฉบับที่เขียนมาถึงดิฉัน คือบทเรียนที่ให้ความรู้และความคิด การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น ....... หน้า ๒๐๗ ...... คนรักบ้าน มีความอบอุ่นปลอดภัยอยู่ในบ้าน แต่ถ้าได้ออกไปผจญภัยนอกบ้านเป็นพักๆ ก็ดี ทำให้มีความกระปรี้กระเปร่า เมื่อกลับมาใช้ชีวิตอยู่กับบ้านอีกครั้งหนึ่ง ไม่ต่างอะไรกับการไปเที่ยวต่างประเทศ กิจกรรมที่ดิฉันและสามีปฏิบัติหลังเกษียณ คือ ไปเที่ยว ไปเที่ยวที่ไหนไม่สำคัญ ขอให้ออกไปนอกบ้าน ดูบ้านดูเมือง เห็นชีวิตของคนอื่น แล้วไม่ต้องนึกถึงตัวเองเป็นใช้ได้ ........ หน้า ๒๐๙ ....... สำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่การได้ไปเที่ยวต่างถิ่นต่างแดน แต่อยู่ที่การไปเที่ยวด้วยกัน ได้แลกเปลี่ยนความคิดอ่านของกันและกัน ดูคนดูสถานที่ ในบรรยากาศเดียวกัน ก็มีความเห็นและความรู้สึกแตกต่างกันได้ ....... หน้า ๒๑๐ ....... การแต่งงานของเรา จากบ้านพ่อแม่มาอยู่ด้วยกันในบ้านหลังใหม่คือการเที่ยวอย่างหนึ่ง เป็นการเที่ยวสนุกที่ใช้เวลานานกว่า ๕๐ ปี การจะต้องจากกันไปสู่โลกอื่น คือการไปเที่ยวครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้คงต้องแยกกันไป ....... หน้า ๒๑๒ ....... แต่มีบางอย่างที่เคยเป็นมา ตั้งแต่แต่งงานจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ที่น่ายกมาเป็นตัวอย่างคือ คุณลักษณะของภรรยาดีที่ผู้ใหญ่แต่โบราณเคยสอนไว้คือ “ตื่นก่อนนอนหลัง พึงเฝ้าฟังบรรหารแสดง” ดิฉันไม่เคยทำตามที่ท่านสอนไว้เลย และไม่ได้รู้สึกว่าเป็นความผิดที่ไม่ได้ทำ ....... หน้า ๒๑๔ ....... เป้าหมายในชีวิตของดิฉัน คือ ความสุข คิดว่าได้บรรลุเป้าหมายแล้ว แม้จะเป็นระดับต่ำที่สุด คือ กามสุข ตามวิสัยปุถุชนก็ตามที ไม่อาจหวังว่าจะมีชีวิตผ่านขึ้นระดับสูงขึ้นไปได้ ....... ....... ได้อุทิศร่างกายเมื่อหาชีวิตไม่แล้วแก่โรงพยาบาล เพื่อจะได้เป็นครูจนหมดสภาพของรูปธรรม ....... ย้อนอดีตของตัวว่า เป็นบุญที่ได้เกิดมาเป็นคน ได้ทำหน้าที่ตามขั้นตอนของชีวิตมาได้ดีพอควรแต่อัตภาพ แต่ถ้าเลือกได้ว่า ไม่ต้องเกิดใหม่ ก็จะเลือก * * * แล้วก็พลิกมาถึงหน้าสุดท้าย ผมเป็นคนธรรมดาไม่มีอะไรให้จารึกจดจำ และไม่ได้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์อย่างเป็นทางการ ไม่มีโอกาสแม้แต่ได้พบเห็นตัวจริงของท่าน แต่เมื่อได้อ่านข้อคิดข้อเขียนของท่านแล้ว เกิดรู้สึกศรัทธาเลื่อมใสอย่างประหลาด และคงเหมือนคนอื่นๆ อีกหลายคนที่ชอบอ่านชอบคิด ติดตามงานของท่านอยู่เสมอ ในฐานะที่เป็นลูก เป็นแม่ และเป็นอาจารย์ ท่านมีเรื่องราวของความเป็นตัวตน และได้มอบ “ ข้อคิดชีวิตงาม “ ตามแบบฉบับของท่าน ไว้ให้อ่านกันมากมาย ผมก็น้อมนำและรวบรวมมาไว้ส่วนหนึ่ง ให้ลูกหลานอนุชนรุ่นหลังหรือผู้สนใจ ได้อ่านได้คิดสำหรับชีวิตงามของเขา บางเวลาที่คนเราต้องผจญปัญหาสารพัน เหมือนมืดมิดไปทุกทิศ คำของอาจารย์เหมือนแสงเทียน ให้เราได้เพ่งพิศหาวิถีทาง ได้ออกไปพบกับความสว่าง หรืออย่างน้อยได้เห็นดวงดาวบนฟ้ากว้าง ย่อมดีกว่าไม่มีหรือไม่เห็นอะไรเลย เมื่อผมใช้ Google Search ค้นหา ก็ได้พบเรื่องราวของอาจารย์เพิ่มมากขึ้น ที่น่าสนใจและใคร่แนะนำเพิ่มเติม คือเว็บบล็อคของคุณรำเพยแห่ง Bloggang เข้าใจว่าเป็นหลานสาวของท่านอาจารย์ ได้รวบรวมเรื่องราวของท่านอาจารย์ รวมทั้งลูกศิษย์และแฟนๆ ไว้มากมาย น่าสนใจมากครับ ผมมองนึกย้อนไปในอดีต ว่าเมื่อเรียนจบชีวิตนักเรียน การไหว้ครูก็เหมือนจบไปด้วย ผมอยากบอกว่า ผมภูมิใจที่ได้เป็นลูกศิษย์ครับ บรรทัดสุดท้ายนี้จึงขอกราบคารวะ แสดงความเคารพและน้อมรำลึก ถึงครูบาคณาจารย์ทุกๆ ท่าน ด้วยถ้อยคำเก่าโบราณๆ ที่เห็นว่ายังทรงคุณค่า ปัญญาวุฑฒิกะเร เต เต ทินโนวาเท นะมามิหัง ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ท่านอาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ (ต่อ) จบชีวิตครอบครัว วางแผนไปเที่ยว Switzerland คนเดียวCase
Key
2. ผู้หญิงคนเดียวก็สามารถเที่ยวในสวิสได้ปลอดภัยมาก
Source: http://www.pantip.com /cafe/blueplanet/topic /E6408259/E6408259.html ไปชมเรือรบหลวงจักรีนฤเบศCase อยากขึ้นไปชมเรือรบหลวงจักรีนฤเบศต้องไปที่ไหน เค้าเปิดให้ดูกี่โมงถึงกี่โมง ต้องเดินทางมาที่อำเภอสัตหีบ ออกจากตัวเมืองไปไกลเหมือนกัน
รู้สึกว่าจะไม่มีรถประจำทางผ่าน
คนไปเที่ยวชมเยอะเหมือนกัน รองเท้าหุ้มส้น จะเป็นผ้าใบหรือหนังก็ได้ เวลาเข้าชมประมาณ 09.00 - 15.00 น.
Source: http://www.pantip.com /cafe/blueplanet/topic /E6408230/E6408230.html ท่านอาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ (ต่อ)จบอุดมศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รำลึกถึงท่าน ….. อาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ จากหนังสือสารคดีชีวประวัติ สมศรี สุกุมลนันทน์ ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ระลึกถึงข้อเขียนบางข้อคิดของท่าน ชีวิตครอบครัว ครอบครัวและการงานแยกกันไม่ออก ทำควบคู่กันมาตั้งแต่ต้น อยู่กับพ่อแม่มา ๒๓ ปี ต่อจากนั้นไปอยู่กับใครไม่รู้ในนามของสามีและลูก นำตัวเองเข้าไปผูกพันสนิทแน่นอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว เชื่อแล้วว่า ใครจะเป็นคู่บุญคู่กรรมคู่รักคู่ร้างกับใคร เป็นพรหมลิขิต คือพรหมบันดาลให้เป็นไป ตามที่ท่านบันทึกไว้จากการกระทำที่แล้วๆ มา ของแต่ละคนเอง ไม่มีใครอธิบายเป็นอย่างอื่นได้ หน้า ๑๒๘ ........ อธิบายก็ไม่ได้ว่า บุญหรือกรรรม เริ่มสร้างมาตั้งแต่ครั้งใด เริ่มตั้งแต่ชาติปางก่อน หรือเริ่มในชาตินี้เอง ....... หน้า ๑๓๖ ....... คำว่าเลือก บอกอยู่ว่า ต้องมีคนมาเสนอตัวให้เลือก จึงจะเลือกได้ ผู้หญิงไทยโบราณไม่ใคร่ให้ผู้ชายได้เห็น และไม่ใคร่ได้เห็นผู้ชาย การจะแต่งงานมีผู้ใหญ่จัดการให้ ผู้ใหญ่เป็นผู้เลือก ผู้หญิงไม่มีโอกาสพิจารณาเลือกด้วยตัวเอง ผู้ใหญ่มีเกณฑ์ตรงกันหมด คือ ดูผู้ชายมีฐานะดี ความประพฤติดี รูปร่างหน้าตาของผู้ชายไม่สำคัญเท่ามีเงิน หน้า ๑๓๗ ....... ไม่ว่าจะเป็นสมัยใด รูปลักษณ์ที่พอตาพอใจมาก่อนอย่างอื่น ความพอตาพอใจอาจทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า รักแรกพบ รักเมื่อแรกพบอาจเปลี่ยนเป็นพบบ่อยๆ เข้าเลยเลิกรัก หรือยิ่งคบกันยิ่งรัก ได้ทั้งสองอย่าง เพราะความรักเป็นเพียงอารมณ์ แปรเปลี่ยนไปได้อยู่เสมอ ทั้งๆ ที่อยู่ด้วยกันว่ารักกันนักหนา ก็ยังมีเวลาที่ไม่ชอบหน้ากัน ....... ....... ในเมื่อคุณชวาลาไม่ได้มีอะไรที่ประทับใจเป็นพิเศษ เหตุใดจึงตกลงแต่งงานด้วย ....... ....... ความประทับใจนำมาซึ่งความพอใจก็จริง แต่เป็นคนละอย่างกับความถูกใจหรือต้องใจที่หาเหตุผลไม่ได้ ตอนรับหมั้นหาเหตุผลไม่ได้ คิดว่า ความรักไม่ต้องการเหตุผล แต่งงานกันแล้วจึงรู้เหตุผล ดิฉันเป็นคนที่เห็นแก่ตัวเรื่องแต่งงาน ถือคติว่าแต่งงานกับคนที่รักเราดีกว่าแต่งงานกับคนที่เรารัก อันที่จริง ใครจะรักใครมากน้อยกว่ากันไม่ใช่เรื่องจะเปรียบเทียบกันได้ เพราะความรักเป็นเพียงอารมณ์ ปรวนแปรอยู่เสมอ เมื่อเขาแสดงให้รู้สึกว่าเขารักเรามากกว่าเรารักเขาเป็นอันใช้ได้ แม้จะเป็นเหตุผลที่ชอบกลอยู่ เรื่องที่ใครจะแต่งงานกับใคร มักชอบกลเสมอ พูดอย่างเป็นงานเป็นการน่าจะเป็นว่า เมื่ออยู่กับเขาได้ความรู้สึกอบอุ่นว่ามีคนที่รักเรา ก็เท่านั้น ....... หน้า ๑๓๘ ....... อันที่จริง ประเพณีไทยที่เนื่องกับการแต่งงาน ล้วนเป็นไปเพื่อให้เกียรติแก่ผู้หญิง ว่าไม่ใช่สิ่งของที่จะหยิบฉวยโอกาสตามอำเภอใจ ต้องขออนุญาตจากพ่อแม่หรือผู้ปกครอง หน้า ๑๓๙ ....... แหวนวงนั้นไม่มีราคาค่างวดอะไร ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้แหวนเพชรเม็ดใหญ่ เป็นคนไม่ชอบใช้เครื่องอาภรณ์อะไรหนักหนา เพราะคิดว่าเพชรจริงๆ นั้นควรอยู่ในตัวคน ....... การเดินไปเที่ยวจะสนุกแค่ไหน ขึ้นอยู่กับผู้ที่เดินด้วยกัน ความสนุกอยู่ที่ใจ เพราะฉะนั้นการเดินเที่ยวจึงอาจใช้เป็นเครื่องทดสอบใจได้อย่างหนึ่ง ยังได้ความสนุกจากการเดินเที่ยวด้วยกัน หมายความว่า ยังรักกัน เป็นข้อสรุปที่ยังแปลกหูอยู่บ้าง แต่พูดจากความจริงที่ได้แก่ตัว ....... หน้า ๑๔๐ ....... วันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ เป็นวันแต่งงานระหว่าง นางสาวสมศรี อนุมานราชธน กับ นายชวาลา สุกุมลนันทน์ หน้า ๑๔๒ ....... เมื่อเสร็จเรื่องรดน้ำแล้ว จอมพล ป. พิบูลสงคราม และท่านผู้หญิงละเอียด เรียกไปนั่งพับเพียบตรงหน้าท่าน ท่านนั่งเก้าอี้ให้โอวาท ใจความของโอวาทฟังดูคล้ายๆ กับว่า ท่านจอมพลจะบอกท่านผู้หญิงของท่านว่า ผู้ชายจะใจกวัดแกว่งไปบ้าง ก็ขอให้ผู้หญิงรู้เถิดว่าโดยเนื้อแท้แล้ว เขายังรักภรรยาอยู่ไม่เสื่อมคลาย ความรักของสามีภรรยาเป็นความรู้สึกที่คนสองคนเท่านั้นที่จะรู้ พร้อมกับฟังโอวาทได้เงินก้นถุงมา ๓ ชั่ง ....... พ่อแม่เคยไปทำพิธีปูที่นอนให้แก่คู่บ่าวสาวหลายคู่ แต่สำหรับลูกของท่าน ท่านไม่ได้ปู ท่านว่า ท่านไม่เห็นความสำคัญของพิธีปูที่นอน ให้คนที่จะนอนที่นั้นปูกันเองน่าจะเป็นสิริมงคลกว่า เพราะสิริมงคลเกิดจากการประพฤติปฏิบัติดีของบุคคล ....... หน้า ๑๔๓ ....... ท่านเล่าถึงวิธีเก็บเงินของท่านว่า ท่านฝากพระเก็บไว้เป็นส่วนๆ ....... ....... วิธีฝากพระคือ นำไปวางไว้ที่แท่นพระ จะได้ไม่กล้าหยิบมาใช้ตามอำเภอใจ จะใช้แต่ละครั้งต้องขอพระก่อน ซึ่งก็คือ ให้คิดหน้าคิดหลังหยิบมาใช้เฉพาะแต่ที่จำเป็น ....... ....... สมัยของคุณป้าเมื่อกว่าร้อยปี ใช้วิธีฝากพระ สมัยลูกหลานของท่านฝากธนาคาร มีนัยเดียวกัน หน้า ๑๔๔ ....... ในเทพนิยายฝรั่ง เจ้าหญิงเจ้าชายได้รับความทุกข์แล้วก็ลงเอยด้วยความสุข ....... ....... ในชีวิตจริง การแต่งงานคือการเริ่มต้นของชีวิตใหม่ ที่แตกต่างกันกับชีวิตที่ผ่านมา ....... ....... ตอนอยู่กับพ่อแม่ มีจุดหมายปลายทางแน่นอน คือเรียนให้จบและพึ่งตัวเองได้ แต่งงานแล้วเปรียบเสมือนผ่านประตูเข้าสู่โลกกว้าง มองไม่เห็นแน่ชัดว่าจะไปทางใด เป็นการก้าวเข้าสู่ชีวิตใหม่ หนทางข้างหน้าจะมืดมัวหรือสว่างไสวยังไม่รู้เลย ....... ....... เมื่อแรกๆ ยังมีความอบอุ่นใจ รู้สึกว่าพ่อแม่คอยประคับประคองอยู่ กว่าจะชินกับความเป็นอยู่ใหม่ และรู้ชัดว่าความทุกข์สุขในชีวิตคู่นั้น มีตนและสามีเป็นผู้บันดาล มิใช่เทพยดาฟ้าดินหรือบุคคลใด หน้า ๑๔๖ ....... มีลูกสาว ๓ คน อายุไล่เลี่ยกัน แม่ไม่ใช้วิธีการที่ใส่แล้วให้น้องรับช่วง ไม่อยากให้น้องคนเล็กน้อยใจที่ไม่มีอะไรใหม่เป็นของตัวเอง จะซื้อเสื้อสเวตเตอร์ก็ต้องซื้อ ๓ ตัว ถ้าเขาจะแลกกันใส่ก็เป็นความสมัครใจของเขาเอง เป็นตัวอย่างของการกระทำที่แสดงว่า เมื่อแม่จะทำสิ่งใดต้องนึกถึงใจของลูก ก่อนนึกถึงใจตัวเองเสมอ แม่ทุกคนเป็นเช่นนั้น ....... หน้า ๑๔๗ ....... ดิฉันไม่มีโอกาสอย่างนั้น เลี้ยงดูลูกตามสามัญสำนึกของธรรมชาติ มีแม่คอยประคับประคอง ลูกทุกคนผ่านการกวาดยาจากคุณยายด้วยกันทั้งนั้น ....... หน้า ๑๕๑ ....... บ้านโบราณ คนและการดำเนินชีวิตก็โบราณ เป็นความโบราณที่ทรงคุณค่า ....... หน้า ๑๕๓ ....... คนแก่เจ้าของบ้านคิดอย่างคนไทยโบราณ ไม่ได้ปฏิบัติตัวห่างเหินว่าเป็นผู้เช่าและผู้ให้เช่า ท่านคิดเหมือนว่าเป็นคนมาพึ่งพิงแบบหนีร้อนมาพึ่งเย็น ท่านช่วยเหลืออะไรได้ท่านก็ช่วย ท่านยังรักษาความสง่างามของการเป็นผู้ให้ ไม่คำนึงถึงการตกลงเรื่องค่าเช่า คิดว่าคนไทยปัจจุบันออกจะลืมกันเสียแล้วว่า ความมีแก่ใจคืออะไร คนไทยโบราณเป็นผู้มีแก่ใจ หน้า ๑๕๖ ....... ลักษณะที่น่ายกให้ว่า ท่านเป็นแบบฉบับของกุลสตรีในอดีต คือท่วงทีวาจา ที่บอกว่าท่านควบคุมความรู้สึกได้ดี ท่านมีอิริยาบถแบบ “ แช่มๆ ช้าๆ น่ารักใคร่ “ ไม่รู้ว่าท่านโกรธหรือเกลียดใคร ท่านพูดกันด้วยถ้อยคำไพเราะอ่อนโยน ....... หน้า ๑๕๘ ....... เรื่องการเอาใจใส่ดูแลลูกเมีย คุณชวาลาทำหน้าที่ได้โดยไม่บกพร่องเสมอมา ยอมรับสภาพความเป็นจริงว่า มีภรรยาที่ทำอะไรไม่เป็น และไม่คาดหวังว่าจะต้องทำเป็น ....... ....... คุณชวาลามีคุณสมบัติหลายอย่าง ที่สมควรเป็นพ่อบ้านและเป็นแม่บ้านได้พร้อมกัน อย่างหนึ่งนั้นคือความละเอียดลออพิถีพิถัน ในการพิจารณาเลือกซื้อและใช้สิ่งของ ....... หน้า ๑๕๙ ....... ต่อมาถ้าอยากซื้ออะไรส่วนตัว ไปซื้อคนเดียว ถ้าให้เขาไปด้วยอาจได้ของดีจริงแต่เราไม่ชอบ ของดีกับของชอบไม่จำเป็นต้องตรงกัน มีคนที่ชอบของไม่ดี ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ดีก็มี ใจสำคัญกว่าของ ....... ....... ดิฉันเป็นคนสะเพร่า ทำอะไรรวดเร็ว ไม่ใคร่คิดหน้าคิดหลัง เชื่อในความคิดที่เกิดขึ้นครั้งแรก ไม่มีการคิดตลบกลับไปกลับมา เพราะฉะนั้นอุปนิสัยของคุณชวาลาซึ่งทำอะไรเชื่องช้า พิจารณาแล้วพิจารณาอีกจึงทำให้เกิดความสมดุล คิดว่าอยู่กันได้ดีเพราะตรงนี้ จะว่านิสัยใครดีกว่าใครไม่ได้ ขึ้นอยู่กับเรื่องกาลเทศะและบุคคล ว่าควรใช้ลักษณะนิสัยของใครจึงจะได้ผลดี หน้า ๑๖๐ ....... พ่อแม่นับถือในความเป็นบุคคลของลูก เขาชอบจะเรียนอะไรก็สุดแล้วแต่ใจของเขา หน้าที่ของพ่อแม่คือ สนับสนุนให้เขารู้ตลอดเวลาว่ามีพ่อแม่เป็นกำลังใจ เวลาส่วนหนึ่งของพ่อแม่เป็นของลูกเมื่อเขาต้องการ ....... ....... ชีวิตครอบครัวของเราผ่านไปอย่างปกติสุข ลูกทุกคนไม่ได้สร้างปัญหาใดๆ ให้พ่อแม่ เป็นไปได้ว่าเพราะลูกรู้ว่าพ่อแม่รักกัน และตั้งใจในการเลี้ยงดูลูกร่วมกัน ....... ....... เมื่อลูกคนโตแต่งงาน เขาบอกกับพ่อแม่ว่า เขาอยากมีชีวิตครอบครัวที่เป็นสุขเหมือนพ่อแม่ นับว่าเป็นคำชื่นใจที่พ่อแม่ทุกคนควรได้รับจากลูก ....... (ยังมีต่อ) ท่านอาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ (ต่อ)จบชีวิตวัยรุ่น รำลึกถึงท่าน ….. อาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ จากหนังสือสารคดีชีวประวัติ สมศรี สุกุมลนันทน์ ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ระลึกถึงข้อเขียนบางข้อคิดของท่าน อุดมศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หน้า ๑๑๑ ....... คนไทยชอบเป็นผู้ใช้บริการมากกว่าผู้บริการ ....... หน้า ๑๑๓ ....... เป็นอันว่า ความถนัดโดยธรรมชาติ ๒ อย่างคือ การตัดเสื้อเย็บผ้าและการแสดง ได้ใช้ประโยชน์ให้ปรากฏระหว่างการเรียนในมหาวิทยาลัย ....... ....... คิดว่าการเป็นครู ก็ได้อาศัยความสามารถในการแสดงเหมือนกัน เป็นแต่ว่าเล่นบทยากหน่อย ต่อให้ท่องแทบตายก็สอนไม่ได้ ถ้าไม่มีเนื้อหาที่จะสอน ....... (ยังมีต่อ) ท่านอาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ (ต่อ) จบโรงเรียนฝึกหัดครู เพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ ท่านอาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ (ต่อ) จบมัธยมศึกษา โรงเรียนเบญจมราชาลัย ท่านอาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ (ต่อ) จบพ่อ ... ครูคนแรก ท่านอาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ (ต่อ)จบแม่ของดิฉัน รำลึกถึงท่าน ….. อาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ จากหนังสือสารคดีชีวประวัติ สมศรี สุกุมลนันทน์ ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ระลึกถึงข้อเขียนบางข้อคิดของท่าน พ่อ ... ครูคนแรก หน้า ๔๓ ....... พ่อเป็นครูคนแรกในความหมายที่เป็นสำนวน และความเป็นจริง ....... ที่สำคัญคือ พ่อต้องการเรียนภาษาฝรั่งให้แตกฉาน เพื่อที่จะอ่านหนังสือฝรั่ง และใช้เป็นกุญแจไขไปสู่ความรู้ได้มากมาย ซ้ำไม่อาจหาได้จากหนังสือภาษาไทย พ่อเห็นการณ์ไกลว่า ผู้รู้ภาษาฝรั่งจะได้เปรียบในทางการศึกษา เป็นความรู้เพื่อที่จะรู้เขารู้เรา ไม่ใช่เห็นว่าฝรั่งวิเศษ และโรงเรียนฝรั่งจะเหนือกว่าโรงเรียนไทย ....... หน้า ๔๕ ....... จำได้แม่นยำ วันแรกที่แต่งเครื่องแบบไปโรงเรียน แม่ชีทักว่าเสื้อยังไม่มีแผ่นผ้าที่บังคับเนกไท ให้กลับไปทำเสียให้เรียบร้อย ....... หน้า ๔๖ ....... โรงเรียนฝรั่งมีบทเรียนให้ท่องขึ้นใจทุกวัน กลับมาบ้านต้องรีบท่องให้จำได้ เพื่อให้เสร็จๆ ไป มานึกดูเดี๋ยวนี้จึงเข้าใจว่า เป็นการฝึกความจำอย่างหนึ่ง เป็นประโยชน์แก่การเรียนไม่ว่าสมัยใด ....... หน้า ๔๗ ....... เรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียนไทย มักเรียนเรื่องภาษาอังกฤษ ไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษโดยตรง รู้ไวยากรณ์ รู้ศัพท์เป็นคำๆ แต่พูดและเขียนไม่เป็น ....... ....... ถนัดที่จะใช้คำย่อ เอ บี ซี มากกว่า ก ข ค เพราะคำในภาษาไทยเสียงซ้ำกันมาก ....... หน้า ๕๑ ...... ไม่ใคร่มีใจผูกพันกับโรงเรียนเท่าใด เพราะเหตุรู้สึกไปว่าถูกกักขังนี่เอง ....... หน้า ๕๓ ....... การจะทำให้เป่าได้มีกลวิธี เด็กโบราณมีความพอใจเล่นอยู่กับธรรมชาติ ไม่มีอื่นใดให้เลือกและซื้อ ....... ....... การเล่นเป่าดอกยาง ช่วยให้เกิดความพินิจพิจารณา เลือกสิ่งที่จะนำมาใช้งาน ....... ....... การนั่งรถรางเป็นความสบายอย่างหนึ่ง เพราะรถรางแล่นช้าเข้ากับจังหวะการดำเนินชีวิต ของคนกรุงเทพฯ สมัยเมื่อ ๗๐ – ๘๐ ปีก่อน ....... หน้า ๕๕ ....... ความนิยมในโรงเรียนฝรั่งเริ่มเสื่อมคลาย ที่คาดหวังกันว่านักเรียนจะได้ความรู้ อย่างที่เรียนในเมืองฝรั่งก็ผิดแผกไป ....... วัยรุ่นสมัยโบราณเป็นวัยรุ่น ช้ากว่าวัยรุ่นสมัยนี้ อายุ ๑๔ ยังไม่ประสีประสาอะไรทั้งนั้น ไปไหนคนเดียวตามลำพังก็ไม่ได้ ....... (ยังมีต่อ) ท่านอาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ (ต่อ) รำลึกถึงท่าน ….. อาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ จากหนังสือสารคดีชีวประวัติ สมศรี สุกุมลนันทน์ ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ระลึกถึงข้อเขียนบางข้อคิดของท่าน แม่ของดิฉัน หน้า ๓๖ ....... แม่มีส่วนเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ตรงที่ พบรักและแต่งงานกับพ่อโดยไม่มีผู้ใหญ่จัดการให้ ....... ....... พ่อเห็นแม่ในงานทางศาสนาคริสต์ แม่อยู่ในขบวนแห่ เป็นรักแรกพบของท่านทั้งสอง ส่วนนี้เป็นความรู้สึกของหญิงชายที่ไม่มีสมัย ....... ....... ไม่ว่าสมัยใด การแต่งงานไม่ใช่การสิ้นสุด หรือจบเหมือนเทพนิยายฝรั่ง ที่ประโยคสุดท้ายว่า “ และแล้ว เจ้าหญิงกับเจ้าชายก็อยู่ด้วยกันเป็นสุขสืบมาชั่วนิรันดร์ “ สำหรับคนจริงๆ การแต่งงานคือ การเริ่มต้นของชีวิตของคนสองคนที่จะอยู่ร่วมกัน ....... ....... เมื่อพึ่งตัวเองไม่ได้ ก็ไม่อาจเป็นตัวเองได้เช่นเดียวกัน ....... หน้า ๓๘ ....... สำหรับตัวแม่เอง ลูกไม่รู้เลยว่า อาหารจานโปรดของแม่คืออะไร แต่แม่จำได้ว่าลูกแต่ละคนชอบกินอะไร แม่ทำได้ เพราะ แม่ทนได้ หน้า ๓๙ ....... ตอนนั้นดิฉันยังเล็กอยู่ อายุประมาณห้าขวบ ไม่รู้ความหมายของการแสดงออกอย่างประชดประชัน แต่รู้สึกว่ามีอะไรชอบกลอยู่ ส่วนแม่ไม่เห็นท่านแสดงความรู้สึกอะไร ต่อเมื่อลูกโตแล้วจึงรู้ว่า ที่แม่ไม่แสดงความรู้สึกโกรธแค้นอานั้น เพราะท่านสะกดกลั้นเอาไว้เป็นสามารถ ท่านถือคติยึดความอดทนว่าจะตัดเรื่อง และจะชนะใจคนในที่สุด คนที่ทำให้แม่ต้องอดทน มิใช่อื่นไกล คือ พ่อนั่นเอง ....... ....... สิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงชีวิตแม่มาโดยตลอด คือความรักที่มั่นคงเสมอต้นเสมอปลายของพ่อ ....... หน้า ๔๐ ....... ความอดทนของแม่ทำให้แม่ได้รับความสุขในบั้นปลายของชีวิต ได้ชื่อว่าเป็นคุณหญิงคนเดียวของพ่ออยู่จนตลอดอายุขัย ....... (ยังมีต่อ) ท่านอาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ (ต่อ) รำลึกถึงท่าน ….. อาจารย์สมศรี สุกุมลนันทน์ |
|
|