suratsek's profileSURATSEK SpacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
Today In The PastSun, Nov 30th, 2008 On This Day:
-30: (BC) Cleopatra, Egyptian queen commits suicide (by snakebite)
306: St Marcellus I begins his reign as Catholic Pope 1803: Spain cedes to France all claims to the Louisiana Territory 1809: Over dinner, French Emperor Napoleon informs his wife Josephine that he would have to divorce her and marry a member of European royalty
to bear him an heir (she faints dead away at the news)
1853: The Russian naval fleet attacks and destroys the Turkish fleet at the battle of Sinope during the Crimean War
1939: The USSR invades Finland over a border dispute 1940: Comedienne Lucille Ball and Cuban musician Desi Arnaz are married 1948: Soviets set up a separate municipal government in East Berlin 1949: Chinese Communists capture Chungking 1956: “Douglas Edwards and the News” first uses a videotaped broadcast (recorded in New York by CBS on an Ampex machine and played back 3 hours
later on the West Coast, the technology is so new that two simultaneous
video recordings are backed up by 35mm and 16mm film recordings all
played back together to insure against failure)
1960: Ernest Hemingway is admitted to the Mayo Clinic for treatment of hypertension, diabetes and depression
1961: The USSR vetoes Kuwait’s application for UN membership 1962: U Thant of Burma is elected to be the secretary-general of the United Nations, succeeding the late Dag Hammarskjold
1966: Barbados gains independence from Britain (National Day) 1967: Julie Nixon & David Eisenhower announce their engagement 1967: Kuria Muria Islands are ceded by Britain to Oman 1967: The People's Republic of South Yemen (Aden) gains independence from Britain 1982: The U.S. submarine, Thomas Edison, collides with a U.S. Navy destroyer in the South China Sea
1990: Actor Burt Lancaster suffers a stroke 1990: President George Bush proposes a U.S.-Iraq meeting to avoid war 1991: During a dust storm near San Francisco causes 93 car & 11 truck accidents (17 people die)
1993: President Clinton signs into law the “Brady Bill,” which requires a five-day waiting period for handgun purchases
and background checks of prospective buyers
1995: President Clinton becomes the first U.S. chief executive to visit Northern Ireland, where he implores Roman Catholics and Protestants alike not to surrender
to the impulses of “old habits and hard grudges”
2001: Robert Tools, the first self-contained artificial heart transpant recipient, dies at age 59 at Jewish Hospital in Louisville Kentucky,
of complications from internal bleeding and organ failure
(he received the heart on July 2nd
and lived four times longer than doctors expected)
Born On This Day: 1810: Oliver Fisher Winchester,
rifle maker (Winchester) (198 years ago)
1817: Theodor Mommsen, Germany, historian/writer (Nobel 1902) (191 years ago)
1835: Samuel Clemens, (Mark Twain), author (Tom Sawyer, Huckleberry Finn) (173 years ago)
1863: Andres Bonifacio, leader of 1896 Philippine revolt against Spain (145 years ago)
1874: Sir Winston Churchill, (C) British Prime Minister (1940-45, 1951-55, Nobel 1953) (134 years ago)
1915: Henry Taube, chemist (Nobel 1983) (93 years ago)
1923: Efrem Zimbalist Jr, actor (77 Sunset Strip) (85 years ago)
1924: Shirley Chisholm, first African American congresswoman (D-NY)/presidential candidate
(84 years ago)
1926: Richard Crenna, Los Angeles, actor (Rambo, Summer Rental, Sand Pebbles) (82 years ago)
Today Is:
(Barbados) Independence Day (1966)
(Benin) National Day (Iran) Qadir Khom Festival (Philippines) Bonifacio Day/Heroes' Day (1863) (Sweden) Anders name day (Yemen PDR) Independence Day (1967) (Yugoslavia) Proclamation Day of Socialist Federal Republic There are 31 days left in this year.
ทรัพย์ ความร่ำรวย ทรัพย์ ความร่ำรวย (หน้า ๗๘) เงินทองเป็นของไหลลอย
"สามก๊ก" ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ฝ่ายซุนเกี๋ยนได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดีนัก จึงว่าพรุ่งนี้เราจะลาอ้วนเสี้ยวว่าป่วยจะกลับไป
แล้วกำชับทหารทั้งปวงว่า อย่าให้บอกกล่าวแก่ผู้ใดให้ปรากฏ ในขณะเวลากลางคืนนั้นทหารซุนเกี๋ยนคนหนึ่ง
ซึ่งรู้เห็นคิดเอาใจออกหากซุนเกี๋ยน จึงเอาเนื้อความไปบอกแก่อ้วนเสี้ยวๆ จึงเอาตัวทหารนั้นไว้
แล้วปูนบำเหน็จให้เป็นอันมาก ครั้นเวลารุ่งเช้าซุนเกี๋ยนจึงไปบอกแก่อ้วนเสี้ยวว่า
ข้าพเจ้าป่วยจะขอลาไปอยู่รักษาตัว ณ เมืองเตียงสา อ้วนเสี้ยวหัวเราะแล้วตอบว่า
ข้าพเจ้าทราบแล้วซึ่งท่านว่าป่วยจะไปรักษาตัวนั้นเพราะได้ตราหยกสำหรับราชสมบัติหรือ
ซุนเกี๋ยนได้ฟังดังนั้นทำเป็นตกใจจึงถามว่า ผู้ใดมาแจ้งเนื้อความแก่ท่านฉะนี้ อ้วนเสี้ยวจึงตอบว่า เราทั้งปวงคิดกันมาหวังจะล้างศัตรูราชสมบัติเสีย ซึ่งท่านได้ตราหยกสำหรับพระมหากษัตริย์ไว้จงเอามาให้เรา
ซึ่งเป็นนายทัพผู้ใหญ่ ถ้าสำเร็จราชการแล้วจะได้ถวายพระเจ้าเหี้ยนเต้ให้เสวยราชสมบัติสืบไป
ซึ่งท่านได้ตราไว้แล้วปิดเนื้อความเสียจะพาเอาไปนั้นท่านคิดจะเอาราชสมบัติหรือ
ซุนเกี๋ยนจึงว่าข้าพเจ้าไม่ได้ตราไว้ เป็นไฉนท่านมาขืนว่าดังนี้เล่า
อ้วนเสี้ยวจึงตอบว่า เรารู้ว่าได้ไว้เป็นมั่นคงจงเร่งเอามาให้เราเสีย ถ้ามิฟังเราก็จะวุ่นวายกันขึ้น
ฝ่ายซุนเกี๋ยนจึงเอามือชี้ฟ้าแล้วสาบานว่า ถ้าข้าพเจ้าได้ตราหยกไว้แล้วขอให้ข้าพเจ้าตายด้วยสายฟ้าแลอาวุธต่างๆ เถิด หัวเมืองทั้งปวงจึงห้ามอ้วนเสี้ยวว่า
ซุนเกี๋ยนสาบานแล้วก็แล้วไปเถิด อ้วนเสี้ยวจึงให้เอาทหารซุนเกี๋ยนซึ่งมาบอกเนื้อความนั้นออกมา
แล้วจึงถามซุนเกี๋ยนว่า เมื่อท่านให้ทหารทั้งปวงลงไปสักดูในบ่อนั้นได้ตราขึ้นมานี้
ทหารคนนี้ได้ไปด้วยท่านหรือไม่ ซุนเกี๋ยนเห็นทหารของตัวก็รู้ว่าเอาเนื้อความมาบอกแก่อ้วนเสี้ยว
ซุนเกี๋ยนก็โกรธชักกระบี่ออกจะฟันทหารคนนั้นเสีย อ้วนเสี้ยวเห็นดังนั้นจึงชักกระบี่ออกยืนขวางหน้าไว้
แล้วร้องว่าถ้าตัวท่านฆ่าทหารคนนี้เสีย เราก็จะฆ่าตัวท่านเสียเหมือนกัน
ฝ่ายงันเหลียงกับบุนทิวทหารอ้วนเสี้ยว ซึ่งยืนอยู่ข้างหลังเห็นดังนั้นก็ถอดกระบี่ออกไว้ ข้างเทียเภา อุยกาย ฮันต๋ง ทหารฝ่ายซุนเกี๋ยนก็ชักกระบี่ออกคอยทีอยู่
ฝ่ายหัวเมืองทั้งปวงเห็นดังนั้น ก็ออกไปห้ามเสียทั้งสองข้างแลซุนเกี๋ยนก็ขึ้นม้ากลับมา ณ ที่ชุมนุม ก็จัดแจงทหารทั้งปวงพร้อมแล้วจึงยกออกจากเมืองลกเอี๋ยง
ครั้นอ้วนเสี้ยวรู้ดังนั้นก็แต่งหนังสือบอกเนื้อความนั้นให้ม้าใช้ถือไปถึงเล่าเปียวเจ้าเมืองเกงจิ๋วว่า ให้เล่าเปียวคุมทหารออกสกัดรบชิงเอาตราหยกซึ่งซุนเกี๋ยนพาหนีไปนั้นไว้ถวายพระเจ้าเหี้ยนเต้จงได้
ครั้นเวลารุ่งเช้ากองม้าใช้ซึ่งขึ้นไปสอดแนมนั้นกลับมาบอกอ้วนเสี้ยวว่า บัดนี้ทัพโจโฉซึ่งยกไปตามตั๋งโต๊ะนั้น
แตกไปอยู่เมืองโห้ลาย อ้วนเสี้ยวแจ้งดังนั้นจึงแต่งทหารให้ไปรับโจโฉมา ณ เมืองลกเอี๋ยง
แล้วให้แต่งโต๊ะเชิญโจโฉกับหัวเมืองทั้งปวงกินโต๊ะ ต่างคนถามข่าวโจโฉๆ ทอดใจใหญ่แล้วว่า
เดิมข้าพเจ้าคิดอ่านเกลี้ยกล่อมผู้คน แลบอกไปถึงท่านทั้งปวงว่าจะทำนุบำรุงการแผ่นดิน ท่านทั้งปวงเห็นด้วย
จึงยกมาช่วยทำการ บัดนี้ตั๋งโต๊ะทิ้งเมืองหลวงเสียพาพระเจ้าเหี้ยนเต้แลอาณาประชาราษฏรไปข้างทิศตะวันตก
ข้าพเจ้าได้ว่าให้ท่านทั้งปวงยกตามไปท่านก็ไม่ยอม ข้าพเจ้ายกทหารตามไปได้รบพุ่งกันเป็นสามารถจนข้าพเจ้า
เสียทีมาครั้งนี้ ข้าพเจ้าได้ความอัปยศนักท่านทั้งปวงจะคิดประการใดจงเร่งช่วยกันคิด
อ้วนเสี้ยวแลหัวเมืองทั้งปวงมิได้ตอบประการใด โจโฉจึงคิดว่าบรรดาหัวเมืองทั้งนี้เห็นจะคิดเอาใจออกจากกัน
เป็นมั่นคง ถึงจะคิดการด้วยสืบไปก็เห็นจะไม่ตลอด โจโฉโกรธจึงออกมาจัดแจงทหารแล้วก็ยกไปเมืองเอ๊งจิ๋ว
แลหัวเมืองทั้งนั้นก็กลับไปยังที่ชุมนุม แลกองซุนจ้านจึงว่าแก่เล่าปี่กวนอูเตียวหุยว่า
อ้วนเสี้ยวนี้ซึ่งจะคิดการใหญ่นั้นไม่ได้ นานไปเห็นจะมีอันตรายจะพากันได้ความลำบากเสีย
เราจงพากันยกไปเมืองจะดีกว่า เล่าปี่กวนอูเตียวหุยเห็นชอบด้วยกองซุนจ้านก็ยกทหารไปถึงเมืองเพงงวนก้วน
เล่าปี่ก็ลาเข้าอยู่รักษาเมืองดังก่อน กองซุนจ้านก็ยกไปเมืองปักเป๋ง
ฝ่ายเล่าต้ายขาดเสบียง จึงให้ทหารไปยืมเสบียงเตียวเมาๆ ไม่ให้เล่าต้ายโกรธ ครั้นเวลากลางคืนก็ยกทหารเข้าตีค่ายฆ่าเตียวเมาตาย แลทหารเตียวเมานั้นก็มาเข้าด้วยเล่าต้ายสิ้น
อ้วนเสี้ยวเห็นหัวเมืองทั้งปวงแก่งแย่งทำร้ายแก่กัน ที่ยกกลับไปก็มีบ้าง เห็นการจะทำไม่ตลอด
อ้วนเสี้ยวก็คุมทหารยกไปเมืองโห้ลาย แลหัวเมืองซึ่งยังอยู่นั้นต่างคนต่างยกกลับไปเมือง
ตัวเอง ตัวเอง (หน้า ๗๕)
เมืองไทยยังน่าเที่ยว เมืองไทยยังน่าเที่ยว
"สามก๊ก" ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ฝ่ายซีเอ๋งซึ่งซุ่มอยู่เห็นดังนั้นก็ยกทหารออกโจมตี ทหารโจโฉมิทันรู้ตัวก็ตกใจตื่นแตกกระจายไป
โจโฉนั้นก็ขึ้นม้าหนีไปพบซีเอ๋งเข้าก็ตกใจชักม้าบ่ายหน้าจะหนีไปทางอื่น ซีเอ๋งยิงเกาทัณฑ์
ไปถูกติดไหล่โจโฉๆ ก็ขับม้าหนีผ่านเขาไป ฝ่ายทหารซีเอ๋งเห็นก็เอาทวนแทงถูกม้าโจโฉล้มลงแล้วจับโจโฉไว้
ฝ่ายโจหองพอมาทันเข้าเห็นทหารซีเอ๋งจับโจโฉไว้ก็ขับม้าเข้าไล่ฟันทหารนั้นล้มตายเป็นหลายคน
เหลือนั้นตกใจทิ้งโจโฉเสียหนีไป โจโฉถูกเกาทัณฑ์เจ็บปวดเป็นสาหัส จึงว่าแก่โจหองว่า
ตัวเราเห็นจะตายเสียแล้ว ท่านเร่งไปเอาชีวิตรอดเถิด โจหองจึงว่า ท่านป่วยหนักอยู่จงขึ้นขี่ม้า
ข้าพเจ้าจะเดินรบป้องกันไป โจโฉตอบว่าซึ่งท่านเดินเท้าจะต่อรบได้เหมือนขี่ม้าหรือ
โจหองจึงว่า แผ่นดินเป็นจลาจลครั้งนี้ หาผู้ใดจะคิดทำนุบำรุงไม่ หากท่านเป็นต้นคิดหัวเมืองทั้งปวงจึงพลอยมา
ทำการด้วย ถ้าชีวิตข้าพเจ้าจะตายก็ตายเสียเถิด ขอให้ท่านรอดอยู่จะได้คิดทำการบำรุงแผ่นดินสืบไป
โจโฉได้ฟังดังนั้นจึงว่าขอบใจท่านนัก แล้วโจโฉก็ขึ้นม้าโจหองจึงถอดเกราะทิ้งเสียถือง้าวเดินตามไป
ครั้นเพลาประมาณสามยามเศษก็ถึงแม่น้ำอันหนึ่ง พอได้ยินเสียงทหารตามมาข้างหลัง
โจโฉจึงว่าแก่โจหองว่าจะหนีไปแม่น้ำก็กั้นหน้าอยู่ ศัตรูก็ตามมา เห็นชีวิตเราจะตายอยู่ที่นี่เป็นมั่นคง
โจหองจึงว่าข้าพเจ้าจะพาท่านไปให้ตลอด จึงถอดเสื้อทิ้งเสียแล้วให้โจโฉขี่ โจหองก็พาข้ามแม่น้ำไปถึงฝั่ง
เหล่าทหารซีเอ๋งครั้นมาถึงริมแม่น้ำเห็นโจโฉข้ามไปถึงฟากก็ชวนกันเอาเกาทัณฑ์ยิงระดมไป
ฝ่ายโจหองก็พาโจโฉค่อยเดินไปได้ประมาณสามสิบเส้น พอรุ่งขึ้นจึงเข้าหยุดพักข้างเนินเขาแห่งหนึ่ง
แลซีเอ๋งนั้นคุมทหารข้ามน้ำตามไป เห็นโจโฉกับโจหองหยุดอยู่จึงให้ทหารทั้งปวงเข้าล้อมไว้
ฝายแฮหัวตุ้นกับแฮหัวเอี๋ยนคุมทหารม้าได้สิบหกสิบเจ็ดม้าก็ข้ามแม่น้ำตามโจโฉไป พอเห็นทหารล้อมโจโฉโจหองอยู่จึงขับม้าผ่านหน้าซีเอ๋งเข้าไป แล้วร้องตวาดว่า
พวกอ้ายกบฏมึงอย่าทำอันตรายนายกู ซีเอ๋งได้ยินก็โกรธจึงขับม้าเข้ารบกับแฮหัวตุ้นได้สิบเพลง
แฮหัวตุ้นเอาทวนแทงถูกซีเอ๋งตกม้าตาย แล้วไล่ฟันทหารทั้งนั้นแตกกระจายไปสิ้น
ขณะนั้นโจหยินกับลิเตียนงักจิ้น สามคนคุมทหารได้ประมาณสามร้อยเศษ พอมาพบแฮหัวเอี๋ยนเข้าจึงพากันไปหาโจโฉ ครั้นโจโฉเห็นทหารเอกคุมทหารเลวมาได้บ้างก็ค่อยคลายใจขึ้น
แล้วโจโฉก็ยกทหารไปเมืองโห้ลาย
ฝ่ายหัวเมืองทั้งปวง ซึ่งอยู่ ณ เมืองลกเอี๋ยงต่างตั้งชุมนุมพักทหารอยู่ แล้วซุนเกี๋ยนนั้นเข้าไปตั้งชุมนุม ณ พระที่นั่งเกียนเซียงเตี้ยน แล้วไปดูที่กุฏิ์พระมหากษัตริย์ซึ่งตั๋งโต๊ะให้ขุดขึ้นนั้น
จึงให้ทหารกลบเสียแล้วปลูกโรงขึ้น จึงบอกนายทัพนายกองทั้งปวงมาจุดธูปเทียนทำสักการบูชา
แล้วต่างคนต่างกลับไปที่ชุมนุม ครั้นเวลากลางคืนแสงเดือนสว่างซุนเกี๋ยนจึงถือกระบี่ออกไปนั่งอยู่กลางแจ้ง
จึงแลขึ้นไปเห็นดาวสำหรับพระมหากษัตริย์เศร้าหมองนัก ซุนเกี๋ยนจึงคิดว่า ครั้งนี้พระมหากษัตริย์มิได้เป็นสุข
อาณาประชาราษฏรจึงได้ความเดือดร้อนเพราะตั๋งโต๊ะเป็นกบฏต่อราชสมบัติจนเมืองนั้นเป็นป่า
ดาวนั้นจึงวิปริตไปดังนี้ ซุนเกี๋ยนพูดพลางก็น้ำตาไหล แลทหารคนหนึ่งเห็นแสงประหลาดจึงชี้บอกซุนเกี๋ยนว่า
ข้างพระที่นั่งฝ่ายทิศใต้เห็นสว่างอยู่ ซุนเกี๋ยนแลไปดูเห็นรัศมีประหลาดดังนั้น จึงเดินไปให้ทหารจุดคบเพลิง
ส่องดูก็เห็นบ่ออันหนึ่งจึงให้ทหารลงไปสักดู พบศพหญิงผู้หนึ่งก็ให้ยกขึ้นมา
แลศพนั้นยังสดอยู่มิได้เปื่อยพังราตคดผูกคออยู่จงให้แก้ออกดู เห็นหีบน้อยลั่นกุญแจอยู่จึงให้คัดออก
เห็นตราหยกสี่เหลี่ยมจัตุรัสดวงหนึ่งหน้าแปดนิ้ว ยอดนั้นจำหลักติดประจำเป็นมังกรห้าตัวเกี่ยวกัน
แต่เหลี่ยมข้างหนึ่งนั้นลิอยู่เอาทองคำตีเหลี่ยมเข้าไว้ ตรานั้นแกะเป็นอักษรว่าเทวดาประสิทธิ์ให้
ถ้าผู้ใดได้ไว้แล้วครองราชสมบัติก็จะจำเริญพระชันษาสืบไป
ซุนเกี๋ยนเห็นประหลาดจึงถามเทียเภาว่าตราหยกนี้จะเป็นของผู้ใด
เทียเภาจึงตอบว่า ตราสำหรับราชสมบัติแลหยกซึ่งแกะตรานี้ * [* มีฟุตโน้ตท้ายหน้า ๙๘ ว่า มีในเรื่องเลียดก๊ก]
ครั้นเบ๊งโหเห็นหงส์จับอยู่บนเขา ครั้นหงส์บินไปแล้วเบ๊งโหจึงเอาก้อนศิลาที่หงส์จับนั้นมาต่อยออกจึงได้หยก
แล้วเอาไปถวายพระเจ้าโซบูอ๋องๆ ก็ดับสูญ
ครั้นพระเจ้าจิ๋นซีอ๋องได้เสวยราชย์จึงให้หาช่างมาทำเป็นตราสำหรับพระมหากษัตริย์
แล้วให้หลีสูจึงแกะเป็นอักษรแปดตัว ครั้งหนึ่งพระเจ้าจิ๋นซีอ๋องเสวยราชสมบัติได้ยี่สิบหกปี (พ.ศ. ๒๓๑)
จึงเสด็จไปประพาสโดยทางชลมารค พอเกิดพายุหนักคลื่นใหญ่พระเจ้าจิ๋นซีอ๋องกลัวเรือพระที่นั่งจะล่ม
จึงเอาตราหยกนี้ทิ้งลงในแม่น้ำพายุแลคลื่นก็สงบไป
ครั้นอยู่มาอีกแปดปีพระเจ้าจิ๋นซีอ๋องเสด็จไปประพาสโดยทางสถลมารค มีผู้หนึ่งเอาตราหยกนี้มาถวายต่อพระหัตถ์
แล้วผู้นั้นก็หายไป ครั้นพระเจ้าจิ๋นซีอ๋องเสด็จกลับเข้ามาถึงวังก็สวรรคต *
[* มีฟุตโน้ตท้ายหน้า ๙๙ ว่าพระเจ้าจิ๋นอ๋องกับพระเจ้าจิ๋นซีอ๋อง องค์เดียวกัน]
จูเอ๋งจึงเอาตรานี้มาถวายพระเจ้าฮั่นโกโจ
ครั้นอองมังเป็นกบฏ นางตังไทฮอจึงเอาตรานี้ทิ้งเอาเอาอองสิมโซเสียมทหารอองมัง ไปถูกผนังตึกเหลี่ยมนั้นจึงลิไป
แล้วให้เอาทองคำทำเหลี่ยมตราเข้าไว้ ครั้นพระเจ้าฮั่นกองบู๊ได้ตราดวงนี้จึงได้เสวยราชย์ต่อๆ มา
ครั้นเพลิงไหม้วังพวกขันทีจึงพาหองจูเปียนกับหองจูเหียบหนีเพลิงไป
ครั้นกลับเข้ามาจึงให้ค้นดูทรัพย์สิ่งของในท้องพระคลังนั้นก็ยังดีอยู่สิ้น แต่ตราหยกดวงนี้หายไป
ก็ซึ่งท่านมาได้ตราสำหรับราชการนี้เห็นว่าราชสมบัติจะได้แก่ท่านเป็นมั่นคง
ขอให้ท่านยกกลับไปเมืองกังตั๋ง จึงจะได้คิดการใหญ่สืบไป ดีใจ – เสียใจ ดีใจ – เสียใจ (หน้า ๗๒)
ความดีใจเป็นยาบำรุงกำลัง
"สามก๊ก" ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ฝ่ายตั๋งโต๊ะเตรียมการทั้งปวงพร้อม ก็ให้ทหารเอาเพลิงจุดในเมืองลกเอี๋ยงไหม้สิ้น ด้วยความขยันขันแข็ง
ด้วยความขยันขันแข็ง (หน้า ๗๑)
"สามก๊ก" ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) (หน้า ๙๐)
ครั้นเวลารุ่งเช้าตั๋งโต๊ะจึงให้หาขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยเข้ามาพร้อมกันในที่เฝ้าแล้วว่า เราดูในตำราเห็นชาตาเมืองลกเอี๋ยงนี้เห็นเป็นฝ่ายตะวันออกจะร่วงโรยสูญเสียแล้ว
ฝ่ายเมืองตะวันตกจะวัฒนาการเจริญรุ่งเรืองไปภายหน้า
เราจะเชิญเสด็จพระเจ้าเหี้ยนเต้ไปสร้างเมืองอยู่ ณ เมืองเตียงฮัน
ให้ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงพากันอพยพไปตั้งอยู่ด้วย
ฝ่ายเอียวปิวจึงว่า อันเมืองลกเอี๋ยงนี้พระเจ้าฮั่นกองบู๊สร้างเมืองสั่งสมราชสมบัติมาเป็นช้านาน ถึงสิบสองพระองค์แล้ว และท่านจะให้ทิ้งเมืองลกเอี๋ยงเสีย แลจะไปตั้งเมืองเตียงฮันนั้น ข้าพเจ้าเห็นว่าบ้านเมืองยังมิสงบ อาณาประชาราษฏรจะได้ความเดือดร้อนนัก
อันคำโบราณกล่าวไว้ว่า อุปมาดังเรือน ถ้าจะรื้อลงนั้นง่าย ซึ่งจะปลูกสร้างนั้นยากนัก
ถ้าไม่ฟังข้าพเจ้าจะขืนยกไปตั้งอยู่ ณ เมืองเตียงฮันนั้น เห็นราษฏรทั้งปวงจะแตกตื่นไป
กว่าจะเกลี้ยกล่อมซ่องสุมเข้าได้ก็ยากนัก ซึ่งข้าพเจ้าว่าทั้งนี้ขอท่านดำริดูจงควร
ตั๋งโต๊ะได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงว่าตัวเราเป็นมหาอุปราช จะสั่งข้อราชการสิ่งใดก็เป็นสิทธิ์ เราดูตำราเห็นว่าดีแลร้ายแล้วจึงสั่ง แลตัวบังอาจขัดไว้ฉะนี้ไม่ชอบ
อุยอ๋วนจึงว่าแก่ตั๋งโต๊ะว่า ซึ่งเอียวปิวทัดทานนั้นชอบอยู่ เหมือนครั้งอองมังเป็นขบถชิงเอาราชสมบัติแล้วเผาเมืองเสีย แล้วเมืองนั้นก็ยังเป็นป่าอยู่
ซึ่งท่านจะละเมืองนี้เสียจะไปเอาป่าเป็นเมืองนั้น ข้าพเจ้าเห็นไม่ควร
ตั๋งโต๊ะจึงตอบว่าเราเห็นข้างฝ่ายตะวันออกนี้เกิดจลาจล โจรทำอันตรายต่างๆ มาเป็นหลายครั้ง แลเมืองเตียงฮันก็เป็นเมืองหลวงอยู่แต่ก่อน เราเห็นภูมิลำเนาชอบกลอยู่
แล้วก็มีภูเขาแลศิลาซึ่งจะทำการเมืองนั้นใกล้ทำเดือนหนึ่งก็จะสำเร็จการ จะได้เป็นสุขด้วยกัน
แลขุนนางทั้งปวงอย่าได้ขัดขวางสืบไปเลย
(หน้า ๙๒)
ฝ่ายซุนซองจึงห้ามตั๋งโต๊ะดังคำอุยอ๋วน ตั๋งโต๊ะจึงตอบว่าเราจะทำนุบำรุงราชสมบัตินี้เป็นการใหญ่หลวง
อุปมาเหมือนโค่นต้นไม้ทำไร่จะคิดเสียดายต้นไม้อยู่แล้วก็ไม่ได้ข้าวกิน
แล้วตั๋งโต๊ะจึงให้ถอดเอียวปิว อุยอ๋วน ซุนซองออกเสียจากที่ขุนนาง
ตั๋งโต๊ะก็ขึ้นเกวียนจะไปที่อยู่ ครั้นออกมานอกประตูวังพบเอียวปีกับเหงาเค่งเข้ามาคำนับอยู่ตรงหน้าเกวียน
ตั๋งโต๊ะจึงถามว่า ท่านทั้งสองจะว่าราชการสิ่งใดกับเราหรือ เอียวปีกับเหงาเค่งจึงว่า ข้าพเจ้าได้ยินกิตติศัพท์ว่า
ท่านจะเทเมืองนี้ไปสร้างอยู่ ณ เมืองเตียงฮัน ข้าพเจ้าเห็นไม่ควรจึงเข้ามาหวังว่าจะห้ามท่าน
ตั๋งโต๊ะได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงว่าตัวท่านทั้งสองแต่ก่อนนั้นได้ว่ากล่าวให้เราตั้งอ้วนเสี้ยวเป็นเจ้าเมืองเราก็ทำตาม
บัดนี้อ้วนเสี้ยวกลับมาทำร้ายแก่เราแลตัวทั้งสองคนนี้คบคิดเป็นสายสนกลในกับอ้วนเสี้ยวเป็นมั่นคง
แล้วจึงสั่งบู๋ซูให้เอาเอียวปีกับเหงาเค่งไปฆ่าเสีย
แล้วตั๋งโต๊ะก็ไปถึงที่อยู่ จึงสั่งกำหนดวันซึ่งจะยกไปตั้งอยู่ ณ เมืองเตียงฮัน
ฝ่ายลิยูจึงว่า ซึ่งท่านจะยกไปสร้างเมืองนั้น อาหารแลเงินทองในท้องพระคลังยังมีอยู่น้อยเห็นจะไม่พอทำการ ในเมืองลกเอี๋ยงนี้ผู้ซึ่งเป็นเศรษฐีพ่อค้า
ย่อมมีเงินทองข้าวของเป็นอันมาก ขอให้ท่านไปริบเอามาเข้าท้องพระคลังจึงจะได้เอาไปทำการสะดวก
อนึ่งแต่บรรดาพรรคพวกอ้วนเสี้ยวซึ่งอยู่ในเมืองหลวงก็มีอยู่เป็นอันมาก ขอให้ท่านจับฆ่าเสียให้สิ้น
แล้วริบเอาทรัพย์สินสิ่งมาเข้าท้องพระคลังไว้
ตั๋งโต๊ะเห็นชอบด้วย จึงจัดทหารห้าพันไปเที่ยวริบอาณาประชาราษฏรซึ่งมีเงินทองแลพรรคพวกอ้วนเสี้ยว
จับเอาตัวมาแล้วมัดไว้ จึงให้เอาธงปักไว้บนศีรษะเขียนอักษรสองตัวว่าเป็นขบถ แล้วเอาไปฆ่าเสีย
แลริบเอาเงินทองมาให้ตั๋งโต๊ะเป็นอันมาก แล้วตั๋งโต๊ะจึงให้ลิฉุยกุยกีขับต้อนอาณาประชาราษฏรในเมืองลกเอี๋ยง
ไปตั้งอยู่ ณ เมืองเตียงฮันให้สิ้นเชิง
ขณะนั้นลิฉุยกุยกีก็ต้อนอาณาประชาราษฏรไป แลคนทั้งหญิงทั้งชายเด็กเล็กได้ประมาณหกร้อยเจ็ดร้อยหมื่น
แลทหารตั๋งโต๊ะอพยพเป็นกองๆ อาณาประชาราษฏรเหยียบกันตายเป็นอันมาก
เหล่าทหารก็เข้าช่วงชิงเอาทรัพย์สินสิ่งของราษฏร
แล้วฉุดลากภรรยาของชาวเมืองแลลูกสาวซึ่งพ่อแม่พี่น้องไปด้วยมาทำอันตราย
บรรดาประชาราษฏรได้ความเดือดร้อนเป็นอันมาก เสียงร้องไห้อึงคะนึงไป
ดนตรี ดนตรี (หน้า ๖๙)
เวลากลางคืน
"สามก๊ก" ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) (หน้า ๘๘)
ฝ่ายเล่าปี่กับกวนอูเตียวหุย แลนายทัพทั้งแปดกองก็คุมทหารยกเข้าไปถึงเชิงกำแพงด่าน ให้ทหารเข้าหักโหมเป็นสามารถ
ลิโป้ขึ้นอยู่บนเชิงเทินก็ให้ทหารทั้งปวงยิงเกาทัณฑ์ทิ้งก้อนศิลาลงไปดังห่าฝน
นายทัพทั้งปวงเห็นจะเข้าหักเอามิได้ก็ยกทหารกลับมา ณ ค่าย
แล้วปรึกษากันแต่งหนังสือบอกไปถึงอ้วนเสี้ยวๆ แจ้งดังนั้นก็มีความยินดี
จึงให้แต่งหนังสือไปถึงซุนเกี๋ยนว่าให้เร่งยกทหารเข้าตีด่านกิสุยก๋วนให้จงได้
ฝ่ายซุนเกี๋ยนครั้นแจ้งในหนังสือนั้นแล้ว ก็รู้ข่าวว่ามีผู้ยุยงอ้วนสุดมิให้เอาเสบียงมาส่ง จึงให้ทหารทั้งปวงรักษาด่านอยู่ แล้วพาเทียเภากับอุยกายไปหาอ้วนสุดซึ่งเป็นกองลำเลียง ณ ค่าย
ซุนเกี๋ยนจึงว่าแก่อ้วนสุดว่า ตั๋งโต๊ะทำการหยาบช้าตั้งตัวเป็นใหญ่ใช่จะทำสิ่งใดให้เราขัดเคืองก็หามิได้
ซึ่งเราจะมาทำการด้วยอ้วนเสี้ยวครั้งนี้ก็เพราะความซื่อตรงต่อแผ่นดิน แล้วจะคิดแก้แค้นตั๋งโต๊ะซึ่งฆ่าอ้วนหงุย
อาท่านเสียนั้น อุตส่าห์ทรมานเอากายเข้าสู้ลูกเกาทัณฑ์แลอาวุธทั้งปวงมิได้คิดชีวิต เราก็ให้บอกมาขอเสบียง
เป็นไฉนท่านจึงฟังคำคนยุยงมิให้เอาเสบียงไปส่งทหารในกองทัพ เราจึงอดอยากอิดโรยกำลังจนเสียทีข้าศึก
แลอ้วนสุดได้ยินดังนั้นก็มีความละอายนัก จึงให้เอาตัวทหารซึ่งยุยงมิให้ส่งเสบียงนั้นมาฆ่าเสียต่อหน้าซุนเกี๋ยน
ฝ่ายม้าใช้อยู่ ณ ค่ายซุนเกี๋ยนมาบอกแก่ซุนเกี๋ยนว่า บัดนี้ลิฉุยขี่ม้า ออกมาจากค่ายกิสุยก๋วนว่าจะมาหาท่าน ซุนเกี๋ยนได้ฟังก็ลาอ้วนสุดกลับมา ณ ค่าย
จึงให้หาลิฉุยเข้ามาถามว่าท่านมานี้ด้วยกิจธุระสิ่งใด ลิฉุยจึงบอกว่ามหาอุปราชให้เรามา
ว่าแต่บรรดาหัวเมืองซึ่งคบคิดกันมาทำการทั้งนี้ มหาอุปราชจะได้ย่อท้อต่อผู้ใดนั้นหามิได้
คิดจะให้ฆ่าเสียจงสิ้น บัดนี้มีความเมตตาแต่ทานผู้เดียวจะพลอยตายเสียด้วยเขา
ครั้นจะให้ผู้ใดมาเจรจาด้วยประการใดท่านก็จะเข้าใจว่าให้มาเกลี้ยกล่อม
มหาอุปราชจึงให้เรามาห้ามท่านอย่าให้คบคิดทำการด้วยหัวเมืองทั้งปวง
มหาอุปราชจะยกลูกสาวให้ซุนเซ็กผู้บุตรท่าน จะได้เป็นไมตรีกันสืบไป
ฝ่ายซุนเกี๋ยนได้ฟังดังนั้นจึงตวาดเอา แล้วว่าตั๋งโต๊ะนั้นเป็นขบถแผ่นดินร้อนทุกเส้นหญ้า เราคิดอ่านกับหัวเมืองทั้งปวงยกมาทำการ หวังจะฆ่าตั๋งโต๊ะเสียให้สิ้นทั้งเจ็ดชั่วโคตร อาณาประชาราษฏร
ทั้งปวงจะได้อยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งตั๋งโต๊ะจะเอาลูกสาวมายกให้เป็นภรรยาซุนเซ็กผู้บุตรเราซึ่งเราจะเป็นเกี่ยวดอง ด้วยตั๋งโต๊ะศัตรูราชสมบัตินั้น เรามีความละอายนัก แลโทษซึ่งท่านออกมาเกลี้ยกล่อมเรานั้นเราจะยกไว้ครึ่งหนึ่ง
ท่านจงเร่งกลับเข้าไปชักชวนทหารทั้งปวงให้เป็นใจด้วยเรา เปิดประตูด่านออกไว้รับเถิดแล้วเราจะยกทหาร
เข้าไปจับตั๋งโต๊ะฆ่าเสีย ถ้าท่านกับทหารทั้งปวงมิทำตามนี้ เรายกเข้าหักเอาเมืองได้ก็จะให้ฆ่าเสียจงสิ้น
ลิฉุยได้ฟังก็ตกใจกลัว ก็ลาซุนเกี๋ยนรีบกลับเข้าไปบอกแก่ตั๋งโต๊ะ
ตั๋งโต๊ะแจ้งดังนั้นก็โกรธจึงปรึกษาแก่ลิยูว่า ซึ่งเกลี้ยกล่อมซุนเกี๋ยนมิลงใจด้วยเรานั้นลิยูจะคิดประการใด
ฝ่ายลิยูจึงว่าซึ่งลิโป้เสียทีมาบัดนี้เห็นทหารทั้งปวงชักย่อท้อลง ขอให้ท่านยกทหารกลับขึ้นไปเมืองหลวงก่อน แล้วเชิญเสด็จพระเจ้าเหี้ยนเต้ไปตั้งอยู่เมืองเตียงฮัน
ด้วยข้าพเจ้าได้ยินเด็กชาวเมืองทำเพลงว่า “ตังเทาอิดโกฮัน ไซเทาอิดโกฮัน หลกเจ้าหยิบเตียงฮันห้องโกบ่อชูลัน”
แปลภาษาไทยว่าตะวันตกก็มีเมืองเตียงฮันเมืองหนึ่ง ตะวันออกก็มีเมืองลกเอี๋ยง
ถ้ากวางวิ่งเข้าในเมืองเตียงฮันแล้ว ก็หาภัยอันตรายมิได้ แลข้าพเจ้าคิดดูในคำเด็กนั้นเห็นว่า
แต่ก่อนพระเจ้าฮั่นโกโจได้สร้างเมืองเตียงฮัน พระมหากษัตริย์ได้เสวยราชย์ต่อๆ กันมาถึงสิบสองพระองค์
ฝ่ายพระเจ้าฮั่นกองบู๊ได้สร้างเมืองลกเอี๋ยงเป็นฝ่ายตะวันออก พระมหากษัตริย์ได้เสวยราชย์ต่อมาๆ จนถึง
พระเจ้าเหี้ยนเต้นี้ก็ได้สิบสองพระองค์ ข้าพเจ้าคิดเห็นว่าเชื้อพระวงศ์พระเจ้าฮั่นกองบู๊จะสูญเสียครั้งนี้แล้ว
ราชสมบัตินั้นเห็นจะได้แก่ท่านเป็นมั่นคง ถ้าท่านได้ไปสร้างเมืองอยู่ ณ เมืองเตียงฮันก็จะหาอันตรายมิได้
ดุจคำเด็กทำเพลงเป็นศุภนิมิตนั้น ตั๋งโต๊ะได้ฟังดังนั้นมีความยินดีนัก
จึงว่าแก่ลิยูว่าซึ่งท่านกล่าวมาเราพึ่งแจ้งบัดนี้ แล้วก็ยกกองทัพกลับไปเมืองหลวง
ซีซาร์
"สามก๊ก" ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ขณะนั้นนายทัพทั้งห้ากองก็มาถึงจึงตั้งค่ายมั่นอยู่ด้วยกัน
ครั้นเวลารุ่งเช้านายทัพทั้งแปดคนจึงปรึกษากันว่า ลิโป้มีกำลังห้าวหาญ เราจะเห็นผู้ใดซึ่งมีฝีมือไปรบด้วยลิโป้ได้
เมื่อปรึกษายังมิทันตกลงกัน พอม้าใช้มาบอกว่าลิโป้ยกมาตั้งอยู่หน้าค่าย
นายทัพทั้งแปดคนได้ฟังดังนั้นก็ขึ้นดูบนหอคอย เห็นเหล่าทหารลิโป้เต้นรำคะนองโห่ร้องกำเริบเป็นอันมาก
ขณะนั้นทหารเตียวเอี๋ยงชื่อบอกสุ้น ขี่ม้ารำทวนออกไปสู้กับลิโป้ๆ แทงถูกบอกสุ้นตกม้าตาย
นายทัพทั้งแปดคนเห็นก็ตกใจ
แลบู๋อันก๊กทหารขงเล่งจึงขี่ม้าถือกระบองเหล็กใหญ่ออกไปจะสู้กับลิโป้ๆ เห็นก็ขับม้าเข้ารบได้สิบสองเพลง
ลิโป้หวดด้วยทวนถูกมือบู๋อันก๊กขาด กระบองเหล็กกระเด็นไปจึงขับม้าหนี
นายทัพทั้งแปดคนเห็นก็ลงจากหอคอยแล้วก็ขับทหารทั้งปวงออกช่วยรบป้องกันบู๋อันก๊กกลับเข้าค่ายได้
แล้วปรึกษากันว่าลิโป้นี้การรบกล้าหาญนัก ฝีมือก็เข้มแข็งซึ่งจะทำศึกไปด้วยนั้นเห็นจะเอาชัยชนะยาก
ผู้ใดจะคิดเห็นประการใด
โจโฉจึงว่าจำจะบอกไปถึงอ้วนเสี้ยวแลนายทัพทั้งปวงให้ปรึกษากันว่า ผู้ใดจะคิดอ่านกลศึกประการใดจึงจะได้ตัวลิโป้
ถ้าได้ตัวลิโป้แล้วก็จะได้ตัวตั๋งโต๊ะโดยง่าย
ขณะนั้นม้าใช้ไปบอกแก่นายทัพทั้งแปดกองว่าลิโป้ยกทหารมาตั้งอยู่หน้าค่าย แลนายทัพทั้งแปดกองจัดแจงทหารยกออกไปตั้งดากันอยู่ แต่กองซุนจ้านนั้นขี่ม้าถือง้าวเข้าไปรบด้วยลิโป้
ได้สิบเพลง แลลิโป้นั้นขี่ม้ามีฝีเท้าซึ่งชื่อเซ็กเธาว์มีกำลังแลฝีเท้ารวดเร็วนัก
กองซุนจ้านนั้นสิ้นกำลังก็ขับม้าหนี ฝ่ายลิโป้ขับม้าไล่ตาม ครั้นใกล้เข้าเงื้อทวนขึ้นจะแทง
พอเตียวหุยควบม้าเข้าสกัดหน้าม้าลิโป้ไว้แล้วร้องตวาดด้วยเสียงอันดัง
ม้าลิโป้นั้นตกใจถอยหลังทรุดออกไปเป็นหลายก้าว เตียวหุยจึงร้องด่าว่าอ้ายลูกสามพ่อ กูมาจะรบกับมึง
เหตุใดมึงจึงชักม้าถอยไป ลิโป้ได้ยินก็โกรธจึงขับม้าเข้ารบกับเตียวหุยถึงห้าสิบเพลง ก็มิได้แพ้ชนะกัน
กวนอูเห็นดังนั้นกลัวว่ากำลังเตียวหุยจะน้อยกว่าลิโป้ จึงขับม้าเข้ารบด้วยลิโป้ได้สามสิบเพลง
เล่าปี่จึงขับม้าถือกระบี่สองมือเข้าช่วยรบ แลม้าเล่าปี่กวนอูเตียวหุยล้อมม้าลิโป้ไว้เป็นสามเส้า
ลิโป้รบป้องกันไว้เป็นสามารถแล้วแทงเล่าปี่ด้วยทวน
เล่าปี่เอากระบี่ปัดทวนเสียแล้วขับม้าสะอึกเข้าไปจะฟันลิโป้ๆ เห็นเป็นกระบวนศึกกระหนาบหนักมา
จึงขับม้าหนีพาทหารทั้งปวงเข้าในด่านเฮาโลก๋วน
งาน งาน (หน้า ๖๒)
งานใหญ่ทุกอย่าง จำเป็นต้องใช้เวลานาน (ยูเลียตซีซา ประวัติศาสตร์บันเทิง น. 210) ประวัติศาสตร์คือประวัติของบุคคล ประวัติของบุคคลคือประวัติของงาน ถ้าเราไม่ทำงานก็ไม่มีประวัติ ฉะนั้นถ้ามนุษย์อยากจารึกประวัติของเขา ก็จำเป็นจะต้องทำ ทำจนสิ้นลมปราณ "สามก๊ก" ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน)
ตอนที่ ๕ Today In The Past Sat, Nov 15th, 2008
On This Day:
1492: Christopher Columbus notes the first recorded reference to tobacco 1492: In Spain, six persons of the Jewish faith, & five Conversos, are accused of using black magic
1597: William Shakespeare is cited for not making his second 5 shilling payment on his taxes of 13 shillings and 8 pence
1837: The Pittman Shorthand method of stenography is first published 1889: Dom Pedro II, Emperor of Brazil, is deposed; a republic proclaimed 1899: As a young reporter, Winston Churchill is captured by the enemy in the Boer War
1932: Walt Disney Art School is opened 1939: Nazis begin the mass murder of Warsaw citizens of the Jewish faith 1939: President Roosevelt lays the cornerstone of the Jefferson Memorial in Washington DC
1954: The first regularly scheduled commercial flights over the North Pole begin 1958: Tyrone Power, actor, dies of a heart attack at age 44 1965: Craig Breedlove sets the land speed record (600.601 mph - 966.57 kph) 1969: 250,000 people peacefully demonstrate against the Vietnam War in Washington DC
1980: Pope John Paul II begins his 5-day visit to West Germany 1982: Funeral services are held in Moscow's Red Square for Soviet President Leonid I Brezhnev
1987: Microsoft releases MS-DOS 3.31 (for larger hard disks) Born On This Day:
1397: Nicholas V, pope (1447-55);
ended schism, founded Vatican Library (611 years ago)
1708: William Pitt the Elder, (Whig) UK PM (1756-61, 66-68) “Great Commoner” (300 years ago)
1738: Sir William Herschel, astronomer (discovered Uranus) (270 years ago)
1862: Gerhart Hauptmann, Germany, writer (Before Dawn-Nobel 1912) (146 years ago)
1874: August Krogh, Denmark, physiologist (Nobel-1920) (134 years ago)
1887: Marianne Moore, St. Louis, poet (Pulitzer-1951-Collected Poems) (121 years ago)
1891: Erwin Rommel, German field marshall (WW II-African campaign) (117 years ago)
1932: Petula Clark, England, singer (Downtown, My Love) (76 years ago)
1937: Yaphet Kotto, NYC, actor (Brubaker, Alien, Raid on Entebbe) (71 years ago)
Today Is:
(Belgium) King's Day
(Brazil) Republic Day (1889) (Japan) 7-5-3 Festival Day There are 46 days left in this year.
"สามก๊ก" ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ตอนที่ ๕
ความอิจฉาริษยา ความอิจฉาริษยา (หน้า ๖๑)
ความเจ็บปวดมีสาเหตุจากจิตใจ และความเจ็บปวดของจิตใจที่ร้ายแรงที่สุดนั้นคือ ความอิจฉา (ชุมนุมนิยายเอก น. 232) "สามก๊ก" ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน)ขณะนั้นกวนอูจึงว่าแก่อ้วนเสี้ยวว่า ข้าพเจ้าจะขออาสาไปตัดเอาศีรษะฮัวหยงมาให้ท่าน อ้วนเสี้ยวได้ยินดังนั้นจึงถามว่า ซึ่งรับอาสานั้นเป็นทหารที่ตำแหน่งใด กองซุนจ้านจึงบอกว่า คนนี้ชื่อกวนอูผู้น้องเล่าปี่เป็นทหารม้าถือเกาทัณฑ์ มาดูหมิ่นนายทัพนายกองหัวเมืองทั้งปวงบังอาจเข้ารับอาสา แลทหารหัวเมืองทั้งปวงยังมีอยู่เป็นอันมากพอจะทำการศึกสืบไป จึงให้ทหารขับกวนอูออกไปเสีย ถ้าไม่สมดังปากว่าจึงจะเอาโทษถึงตาย อ้วนเสี้ยวจึงว่ากวนอูเป็นทหารเลว ครั้นจะให้ออกไปรบกับฮัวหยงๆ ก็จะหัวเราะเย้ยเล่น ว่าในกองทัพเรานี้ไม่มีทหารเอกแล้ว โจโฉจึงว่าข้าพเจ้าเห็นรูปร่างกวนอูนี้โตใหญ่คมสันอยู่ เห็นสมเป็นทหารเอก ฮัวหยงจะไม่รู้ว่าเป็นทหารเลว กวนอูจึงว่าข้าพเจ้าจะอาสาออกไปครั้งนี้ ถ้าไม่ได้ศีรษะฮัวหยงเข้ามาขอท่านจงเอาศีรษะข้าพเจ้าไว้แทนเถิด อ้วนเสี้ยวได้ยินดังนั้นก็มีความยินดีจึงเกณฑ์ทหารให้กวนอู โจโฉจึงให้อุ่นสุราแล้วจึงรินใส่จอก ยื่นให้กวนอูๆ คำนับแล้วว่า ข้าพเจ้าเป็นแต่ทหารเลว ซึ่งท่านจะให้สุรากินนั้นขอให้งดไว้ก่อน เมื่อใดข้าพเจ้าออกไปได้ศีรษะฮัวหยงมาแล้วข้าพเจ้าจึงจะรับเอาสุราของท่านกิน แล้วกวนอูขี่ม้าถือง้าวออกไปรบด้วยฮัวหยง ได้ยินเสียงกลองแลม้าล่ออื้ออึงก็ชวนกันออกไปดูกวนอูจะรบกับฮัวหยง ครั้นออกไปถึงประตูค่ายก็เห็นกวนอูหิ้วเอาศีรษะฮัวหยงกลับเข้ามาทิ้งไว้ตรงหน้าค่าย นายทัพนายกองทั้งปวงเห็นก็ดีใจจึงพากวนอูเข้าไปในค่าย โจโฉจึงเอาจอกสุรานั้นมาคำนับแล้วส่งให้กวนอูๆ คำนับตอบ แล้วรับเอาจอกสุรานั้นมากิน สุรานั้นยังอุ่นอยู่ กวนอูพี่ข้าพเจ้าได้อาสาตัดศีรษะฮัวหยงมาให้แล้ว ข้าพเจ้าผู้น้องจะขออาสาตีเข้าไปในเมืองหลวง แล้วจะจับเอาตัวตั๋งโต๊ะมาให้ท่าน อ้วนเสี้ยวได้ยินดังนั้นก็โกรธจึงร้องตวาดแล้วว่า บรรดานายทัพนายกองทั้งปวงมิได้ปรึกษาว่ากล่าวประการใด ตัวนี้เป็นแต่ทหารเลวองอาจเข้ามาจะอาสา หักหน้าผู้ใหญ่ทั้งนี้เห็นเป็นคนหยาบช้านัก ให้ขับออกไปเสียนอกที่ชุมนุมขุนนาง ถ้าผู้ใดมีความชอบในการสงครามก็จะปูนบำเหน็จตามสมควร ถ้าผู้ใดกระทำความผิดก็จะลงโทษ ซึ่งจะมาถืออิสริยยศในท่ามกลางศึกดังนี้ไม่ควร อ้วนเสี้ยวจึงตอบว่า ถ้าจะนับถือทหารเลวเป็นเอกฉะนี้ไซร้ เราไม่ทำการสืบไปแล้วจะยกทหารกลับไปเมือง โจโฉจึงว่าขัดข้องกันแต่เนื้อความเพียงนี้จะละการใหญ่เสียนั้นไม่ควร แล้วให้กองซุนจ้านพาเล่าปี่กวนอูเตียวหุยกลับไป ณ ค่ายที่อยู่ โจโฉจึงให้เอาสุกรเป็ดไก่ไปลอบให้กำนัลเล่าปี่ กวนอู เตียวหุย
|
|
|